Tagged: เขื่อน Toggle Comment Threads | ปุ่มลัดคีย์บอร์ด

  • mekhong 02:14 on 01/04/2012 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: กฟผ., ช.การช่าง, นายสมภพ เนตรไลย์, น้ำโขงเขื่อนไชยบุรี, ประชาชน, ผลิตไฟฟ้า, , สปป.ลาว, สัญญา, สัญญา ซื้อไฟฟ้า, อีสาน, เขื่อน, เขื่อนไชยะบุรี, เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด,   

    เครือข่ายปชช.ลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดอีสานจี้ กฟผ. เปิดข้อมูลสัญญาซื้อไฟฟ้าเขื่อนไชยะบุรี จาก สปป.ลาว 


    เครือข่ายปชช.ลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดอีสานจี้ กฟผ. เปิดข้อมูลสัญญาซื้อไฟฟ้าเขื่อนไชยะบุรี จาก สปป.ลาว

    วันนี้ (4 ก.พ.) เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ภาคอีสาน ได้จัดเวทีผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงสายหลัก กรณีเขื่อนไชยะบุรีใน สปป.ลาว ของ บริษัท ช.การช่าง (มหาชน) จำกัด โดยมีตัวแทนจาก คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กรมทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ลงมาร่วมรับฟังข้อมูล และศึกษาข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

     

    การจัดเวทีได้นำเสนอข้อมูลผลการวิจัยไทบ้าน 10 หมู่บ้านในตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงสายหลักในช่วงหลังปี 2535 เป็นต้นมา โดย นายอำนาจ  ไตรจักร นักวิจัยไทบ้านตำบลพระกลางทุ่งสรุปให้ฟังพอคร่าวๆ จากผลการวิจัย พบว่า การเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงหลังจากการสร้างเขื่อนในจีนได้ส่งผลกระทบ และสร้างความเสียหายแก่ชุมชนลุ่มน้ำโขงที่สำคัญ คือ จากการสำรวจข้อมูล 47 ครัวเรือน ทำให้พื้นที่การเกษตรกรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงที่เกษตรกรปลูกพืชผักในช่วงฤดูแล้ง มีมูลค่าความเสียหายในปี 2553/54 กว่า 800,000 บาท และครัวเรือนที่ทำการประมงพื้นบ้าน 20 ครอบครัวได้รับผลกระทบมีมูลค่าความเสียหาย 700,000 บาท/ปี จากการไม่สามารถจับปลาได้ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงแม่น้ำโขงที่ขึ้นลงไม่ปกติตามฤดูกาล นอกจากนี้ กระแสน้ำจากการปล่อยน้ำไม่สม่ำเสมอทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขง และกัดเซาะตลิ่งพังทำให้พื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่เพาะปลูกถูกทำลาย 31 ไร่ มูลค่าเสียหาย 3.7 ล้านบาท โดยไม่ได้รวมมูลค่าการเสียโอกาสที่เกษตรกรไม่ได้ทำมาหินในพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า 20 ปี หากรวมพื้นที่เสียหายจากการ

     

    ต่อมา นายสุรจิต  ชิ รเวทย์ สว. และรองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้กล่าวถึงรายงานผลการตรวจสอบจากคณะกรรมาธิการฯ ว่า การก่อสร้างอะไรลงไปในลำน้ำสายหลัก ตัวน้ำโขง เราได้มีข้อตกลงภายใน 4 ประเทศ ที่ได้ลงนามกันไว้เมื่อปี 2538 ข้อตกลงนี้เป็นการบังคับว่า ถ้าจะทำอะไรลงไปจะต้องได้รับฉันทามติเป็นเอกฉันท์จากสี่ประเทศ คือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม และโครงการสร้างเขื่อนไชยะบุรี เป็นหนึ่งใน 12 โครงการ และโครงการนี้เป็นโครงการแรกที่มีกระบวนการตรวจสอบข้อมูล ซึ่ง กรรมาธิการฯ วุฒิสภา หลังจากได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง จึงลงมาศึกษาข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง กระบวนการขั้นตอน ความโปร่งใส และไดกระทำไปชอบด้วย หรือไม่ ดังนั้น ทั้งสี่ประเทศนี้ให้เป็นบรรทัดฐานร่วมกันในการทำงาน งานนี้เป็นงานแรกใครจะละเมิดก็เป็นที่วิตกกังวล โดยเฉพาะข้อวิตกกังวลในเรื่องถ้ามีผลกระทบข้ามพรมแดนใครจะรับผิดชอบ เพราะการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงมีผลกระทบข้ามพรมแดนแน่ โครงการนี้เริ่มต้นกันมาหลายรัฐบาล และการสร้างเขื่อนไชยะบุรีเป็นการลงทุนของเอกชนเข้าไปตกลงกับรัฐบาลลาวเข้า ไปลงทุนศึกษาข้อมูล ต่อมาในปี 2553 ลาวมีความประสงค์จะสร้างเขื่อนนี้ ก็มีคณะกรรมการร่วม และมีตัวแทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปร่วมในกระบวนการ ในกรณีประเทศไทยต้องใช้กฎหมายไทยที่ต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชน ซึ่งมีระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น แต่สามารถขยายเวลาได้ตามความเหมาะสม จึงมีเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชนแค่ 3 เวที แต่ผลกระทบต่อลำน้ำสาขา เช่น ลำน้ำสงคราม มูล ชี ไม่ได้มีเวทีครอบคลุม จึงมีข้อกังวลต่อผลกระทบในด้านต่างๆ ภายหลังจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง แต่รัฐบาลลาวยืนยันจะสร้างแม้ว่าชาติอื่นๆ ไม่เห็นด้วย และให้ยืดระยะเวลาออกไป เพื่อศึกษาผลกระทบให้รอบด้านก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ผ่านกระบวนการที่เป็นมติเอกฉันท์ 4 ชาติที่ประชุมเมื่อวันที 8-9 ธันวาคม 2554 ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ที่ผ่านมา

     

    ใน ระหว่างการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ปรากฏว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ไปทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชนไทยที่เข้าไปลงทุนในลาว เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2554 ที่ สปป.ลาว ทั้งๆ ที่ มติ ครม. เมื่อปี 2553 ให้ทำสัญญาได้ภายใต้เงื่อนไข และกระบวนการตามมติของชาติทั้ง 4 ตามข้อตกลงปี 2538 จึงมีคำถามจากเครือข่ายภาคประชาชน 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขงต่อ กฟผ. ที่ไปทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเอกชนไทยในลาวได้อย่างไร โดยไม่ปรึกษาขอความเห็นจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐาน เลขาฯ ของ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC ที่กระบวนการ ขั้นตอน การทำงานยังไม่ถึงที่สุด เหตุไฉนทาง กฟผ. จึงไปเซ็นต์สัญญาก่อนได้อย่าง ทั้งที่กระบวนการของ MRC ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการอยู่ สว.สุรจิต ชิรเวทย์ กล่าวทิ้งท้าย

     

    ดร.โอภาส ปัญญา อนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนนักวิชาการจาก มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ความเห็นต่อโครงการเขื่อนไชยะบุรี ว่า ผมต้องยกย่องชมเชยชาวบ้านที่ทำการศึกษาปัญหาผลกระทบนี้ และเราต้องยกระดับการต่อสู้ ความรู้ คือ อำนาจ โลกสมัยใหม่การต่อสู้ต้องต่อสู้ด้วยการตั้งคำถามให้ถูก อย่าไปติดยึดเทคนิคเล็กๆ ให้ตั้งคำถามหลักให้คนฟังใหญ่ๆ ไปคิด คำถามข้อที่หนึ่ง กระบวนการลงนามเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หรือไม่ การเป็นมาของโครงการไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ที่เกี่ยวข้องทางนโยบาย เช่น รัฐบาล MRC ธนาคาร และ ช.การช่าง ข้อที่สองผลกระทบเชิงนิเวศทั้งระบบ ข้อที่สอง ท่านจะยอมรับข้อมูลจากท้องถิ่นได้หรือไม่ที่เป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ข้อที่สาม ผลกระทบวิถีชีวิต ความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชนที่เป็นประเด็นสำคัญของโลก ข้อสี่ การพัฒนา (ไฟฟ้า) กับ การทำลายความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชนท้องถิ่น รัฐจะเลือกยืนอยู่ฝ่ายไหน ข้อสุดท้าย ในเชิงสากล ธนาคารโลก ได้ประกาศยุติการสนับสนุนการสร้างเขื่อน เพราะสร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษย์ และสร้างความขัดแย้งภายในสังคมประเทศนั้นๆ เพราะฉะนั้นชาวบ้านเราต้องยกระดับการต่อสู้ให้เขาตอบโจทย์เรา และคำถามเหล่านี้เป็นคำถามเชิงยุทธศาสตร์

     

    ในขณะเดียวกัน คุณมนตรี  จันทวงศ์ อนุกรรมาธิการฯ มีคำถามไปยัง กฟผ. คือ ทำไมต้องเร่งรีบลงนามในวันที่ 29 ตุลาคม 2554 ทั้งที่น้ำท่วม กทม. และเป็นวันหยุด ยังไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน และมติ ครม. เองก็ไม่ได้มีความชัดเจนในการอนุญาตให้ลงนามซื้อ-ขายไฟฟ้าจากเอกชนไทยในลาว ได้ เพราะกระบวนการยังไม่สิ้นสุดตามมติของ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ความเร่งรีบเพราะประโยชน์ทับซ้อนในการลงทุนในลาว หรือไม่ เนื่องจากการร่วมลงทุนในบริษัทลูกของ กฟผ.

     

    ทางด้าน นายสมภพ  เนตรไลย์ ประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ได้กล่าวปิดท้ายเวทีเสวนาว่า ผมคิดว่าวันนี้ชาวบ้านเราถูกหลอก พากเราทำงานนี้สู้เพื่อสาธารณะ ไม่ได้สู้เพื่อเรา ทาง กฟผ. ทำเช่นนี้สร้างความแตกแยก และกระแสการต่อต้านรุกทวีคูณมากขึ้น งานนี้ต้องมีการตายเกิดขึ้นถึงจะยุติ เราต้องต่อสู้เพื่อลูกเพื่อหลานเราต่อไป… นั่นคือเสียงกร้าวของแกนนำเครือข่ายฯ ทิ้งท้ายงานเสวนาวันนี้

     

     

    ขอขอบคุณ เนื้อหาและภาพประกอบ จาก ประชาธรรม สถานีข่าวประชาชน

    โพสเมื่อ วันที่ 4 ก.พ. 2555 เวลา : 18:54 น.
    ผู้เขียน : บรรพต ศรีจันทร์นิตย์

     

    Advertisements
     
  • mekhong 17:18 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: คน ลุ่มน้ำโขง, ประสบการณ์, , เขื่อน   

    ภัยจากเขื่อนในแม่น้ำโขง : ประสบการณ์ตรงจากคนลุ่มน้ำ นิวัตน์ ร้อยแก้ว 5-6 เม.ย. 54 


    ภัยจากเขื่อนในแม่น้ำโขง : ประสบการณ์ตรงจากคนลุ่มน้ำ
    นิวัตน์ ร้อยแก้ว  5-6 เม.ย. 54

     
  • mekhong 17:09 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , , เขื่อน,   

    8 จว. ประท้วงเขื่อนไซยะบุรี ข่าวช่วง ตอบโจทย์ ทีวีไทย 18 เม.ย. 54 


    8 จว. ประท้วงเขื่อนไซยะบุรี
    ข่าวช่วง ตอบโจทย์ ทีวีไทย 18 เม.ย. 54

    18 เมย. 54 เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ยื่นหนังสือถึง สถานฑูตลาวลาว รบ.ไทย และอาเซี่ยน พร้อม 1000 รายชื่อประชาชน ค้านเขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขงในลาว

     
  • mekhong 16:27 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , เขื่อน, ,   

    News about Xayaburi Dam on the Mekong River in Laos (part 1) 


    News about Xayaburi Dam on the Mekong River in Laos (part 1)

    News about Xayaburi Dam on the Mekong River in Laos (part 2)

     
  • mekhong 05:29 on 19/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: ชาวบ้าน, , , เขื่อน, ,   

    ชาวบ้านริมโขงเข้ากทม.ประท้วงลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี 


    ชาวบ้านริมโขงเข้ากทม.ประท้วงลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี
    โพสโดยThaiRecent
    วันที่ 18/04/2554 14:29 (ผ่านมา 21 ชั่วโมง 39 นาที)

    ขอขอบคุณภาพประกอบข่าวจากข่าวสด

    ชาว บ้าน 8 จังหวัดริมน้ำโขง บุกสถานทูตลาว ค้านเขื่อนไซยะบุรี ก่อนวันตัดสิน 19 เม.ย. ขณะที่สื่อเวียดนามออกโรงวิจารณ์ขรม ด้านส.ส.มะกันออกแถลงการณ์ต้านด้วย…

    วันที 18 เม.ย. นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ในวันนี้ ชาวบ้านประมาณ 100 คน จาก 8 จังหวัดในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง จะเดินทางมากรุงเทพฯเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรี แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่า หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น จะเกิดผลกระทบใหญ่หลวงกับวิถีการดำรงชีวิตของชุมชนและระบบนิเวศน์ของแม่น้ำ โขง โดยในวันที่ 19 เม.ย.นี้ สำนักงานคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือเอ็มอาร์ซี (Mekong River Commission) จะจัดประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมการร่วม (Joint Committee Special Session) 4 ประเทศ (กัมพูชา, ลาว, ไทย และเวียดนาม) ที่สำนักงานในนครหลวงเวียงจันทน์เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับโครงการนี้

    นอก จากนี้ นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระแสการต่อต้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรีกำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน โดยสื่อมวลชนของเวียดนามในหลายสำนัก ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การสร้างเขื่อนครั้งนี้ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศท้ายน้ำ ซึ่งจะได้รับผลกระทบ และ ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา นายจิม เว็บบ์ ประธานอนุกรรมาธิการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการชะลอสร้างเขื่อนนี้ เพราะอาจส่งผลกระทบกับประชาชน 60 ล้านคน ที่พึ่งพาแม่น้ำโขง

    “ในส่วน ของประเทศไทยนั้น ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงต่างรู้สึกกังวลมาก เพราะหากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีจริง จะทำให้ปลานับร้อยสายพันธุ์ต้องหายไป โดยเฉพาะปลาบึก ซึ่งว่ายจากตอนใต้ของลาวไปวางไข่บริเวณเชียงของทุกปี จะไม่สามารถว่ายผ่านเขื่อนไปได้อีก ขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมาชัดเจน ทั้งๆ ที่มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนครั้งนี้ ดังนั้น พวกเราจึงต้องเดินทางมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองอย่าง ตรงไปตรงมา โดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง” นายนิวัฒน์ กล่าว

    ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

    โปรดติดตามสถานการณ์และภัยคุกคามแม่น้ำโขงได้ที่  https://mekhong.wordpress.com/

     
  • mekhong 14:18 on 01/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , , , , , , , , , , เขื่อน, , , , , ,   

    มหันตภัยน้ำโขง เขื่อนไซยะบุรี (โดย ข่าวสด) 


    มหันตภัยน้ำโขง เขื่อนไซยะบุรี
    ข่าว สดรายวัน  โดย วิภาวี จุฬามณี
    วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7423

    ขณะที่ยังมีข้อถกเถียงกันว่า ปัญหาน้ำโขงแห้งผิดปกติเกิดจากสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเกิดจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ขวางกั้นลำน้ำโขงในประเทศจีนกันแน่

    โครงการ สร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนล่างกลับยังเดินหน้าต่อไป โดยนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2549 เป็นต้นมา บริษัทเอกชนทั้งของไทย มาเลเซีย เวียดนาม รัสเซีย และจีน ได้เตรียมการศึกษาโครงการสร้างเขื่อน 12 แห่งบนแม่น้ำโขง

    ในจำนวนนี้ 8 แห่ง อยู่ในประเทศลาว 2 แห่งอยู่ในกัมพูชา และอีก 2 แห่งอยู่ชายแดนไทย-ลาว

    โดยโครงการที่มี ความคืบหน้ามากที่สุด คือ “เขื่อนไซยะบุรี” ที่จะสร้างกั้นแม่น้ำโขงในเขตหุบเขาสลับซับซ้อนทางตอนเหนือของประเทศลาว ที่แขวงไซยะบุรี ห่างจาก อ.เชียงคาน จ.เลย ไปราว 200 ก.ม.

    ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอน “การแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง” ตามข้อตกลงของคณะกรรมการลุ่มน้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ที่ประเทศสมาชิก 3 ชาติ คือ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ต้องจัดเวทีปรึกษาหารือภายในประเทศของตนเอง ก่อนส่งให้รัฐบาลลาวตัดสินใจโครงการในวันที่ 22 เม.ย.ที่จะถึง

    ใน ส่วนของประเทศไทยได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนไปแล้ว 3 ครั้ง ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย, อ.เชียงคาน จ.เลย, และอ.เมือง จ.นครพนม ข้อสรุปของ 3 เวที ประชาชนยังมีข้อกังวลอีกกว่า 200 ประเด็น จึงเสนอให้ยืดเวลาการตัดสินใจ และขอให้รัฐบาลลาวเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน

    ในส่วนของภาค รัฐที่เกี่ยวข้อง คือ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงพลังงาน ยังไม่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับชาวบ้าน จึงยังไม่สามารถสรุปจุดยืนของไทยไปยังเอ็มอาร์ซีได้

    จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านริม โขงที่ อ.เชียงคาน อ.ปากชม จ.เลย และชาวบ้านใน จ.หนองคาย หลายคนกังวลว่า เขื่อนไซยะบุรีอาจทำให้วีถีชีวิต การหาอยู่หากินเปลี่ยนไป เนื่องจากการไหลของน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

    เพราะลำพังแค่เขื่อนใน ประเทศจีน ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ก็กระทบกับชีวิตของพวกเขาในหลายด้านอยู่แล้ว

    นายกัญจน์ วงศ์อาจ ประธานชมรมรักษ์ถิ่นไทยเลย บอกว่า หลังจากสร้างเขื่อนในประเทศจีน น้ำในแม่น้ำโขงลดลง ชาวบ้านไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ เพราะน้ำขึ้นและลงอย่างฉับพลัน ทำให้พืชผักที่ปลูกไว้ตามเนินทรายริมตลิ่งเสียหาย ส่วนปลาในแม่น้ำโขงก็ไม่สามารถวางไข่ได้ตามปกติ

    เมื่อรวมกับการส่ง เสริมการท่องเที่ยว ที่ทำให้ความต้องการบริโภคปลาน้ำโขงเพิ่มขึ้น จำนวนปลาที่จับได้ตามธรรมชาติจึงลดลงทุกที เมื่อเป็นเช่นนี้ คนริมโขงจึงต้องเปลี่ยนอาชีพ และมีจำนวนไม่น้อยที่อพยพไปหากินในถิ่นอื่น

    “รัฐบาล ควรคิดให้หนักว่า จะคุ้มกันหรือไม่กับระบบนิเวศที่เสียไป ไฟฟ้าที่ได้มันทดแทนกับอาหารได้ไหม พืชบางชนิดเกิดตามธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารที่เราเก็บมากินได้เลย แต่สิ่งเหล่านี้รัฐไม่เคยมานั่งมอง มองแต่เรื่องใหญ่ๆ อย่างไฟฟ้า ถ้ายังดันโครงการนี้ ก็เท่ากับฆ่าอีกหลายครอบครัว สิ่งที่ชาวบ้านต้องการ คือไม่อยากให้เขื่อนเกิดขึ้นเลย”

    เช่นเดียวกับ นางจิราพร มาร์เธอร์ ตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน อ.เชียงคาน บอกว่าโดยปกติแล้วคนมาเที่ยวเชียงคาน เพราะอยากกินปลาแม่น้ำโขง แต่เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวเริ่มบ่นว่าปลาราคาแพง ซึ่งก็เป็นผลมาจากชาวประมงจับปลาได้น้อยลง ร้านอาหารต่างๆ จึงต้องใช้ปลากระชังมาทำอาหารแทน นอกจากนี้ ยังส่งผลถึงอาชีพเรือรับจ้าง เพราะเมื่อน้ำโขงแห้ง นักท่องเที่ยวก็ไม่สามารถล่องเรือได้

    ส่วน กมล คงปิ่น นายกเทศมนตรี ต.เชียงคาน ร่วมย้ำว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนไซยะบุรีน้อยมาก ขณะที่โครงการกลับคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว การจัดเวทีที่เพิ่งผ่านไป คนเชียงคานบอกว่าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบ แต่หน่วยงานที่มาชี้แจง กลับบอกว่าข้อมูลเป็นเอกสิทธิ์ของรัฐบาลลาว ตอนนี้พี่น้องเชียงคานจึงอยู่ในสถานะไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย

    “เขาไม่ให้ ข้อมูลแล้วจะจัดเวทีทำไม ถ้าบอกเราหน่อยว่าสร้างเขื่อนแล้วระดับน้ำสูงสุดเท่าไหร่ ต่ำสุดเท่าไหร่ ชาวบ้านจะได้ตัด สินใจ ถ้าเห็นว่าดี ชาวบ้านอาจยินดีให้สร้างก็ได้ แต่นี่จัดเวทีแล้วก็ไม่มีข้อมูล รู้กันก็เฉพาะคนที่สนใจ ไม่ประชาสัม พันธ์อะไรเลย ผมเองเป็นนายกเทศ มนตรี ก็เพิ่งมารู้ตอนที่มีคนโทร ศัพท์มาตามให้ไปร่วมประชุม” นายกฯ เชียงคาน กล่าว

    ขณะที่ นายสุรจิตร ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล แสดงความเห็นภายหลังลงพื้นที่สำรวจริมฝั่งโขงว่า เขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนแรกที่จะต้องนำเข้าพิจารณาในระดับภูมิภาค ตามข้อตกลงของเอ็มอาร์ซี และจะเป็นมาตรฐานสำหรับการสร้างเขื่อนต่อๆ ไปในอนาคต

    แต่จากการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ เห็นว่าการลงนามความเข้าใจในโครงการนี้ระหว่างไทย ซึ่งเป็นผู้ซื้อไฟฟ้า และรัฐบาลลาวเจ้าของโครงการ ยังขาดความโปร่งใส เพราะยังไม่ผ่านความเห็นจากรัฐสภา ส่วนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และข้อมูลผลกระทบข้ามพรมแดนจากการสร้างเขื่อน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากในโครงการ ก็ยังไม่เป็นที่เปิดเผยอย่างแพร่หลาย

    “ผล การรับฟังความคิดเห็นคร่าวๆ ใน 3 ประเทศ เวียด นามบอกว่าไม่เอาเขื่อน ขณะที่ภาคประ ชาชนในเขมรบอกว่า อย่าทุบหม้อข้าวตัวเอง ข้อเสนอของผมตอนนี้คือ ขอให้รัฐบาลจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม โดยเชิญทูตจากทุกประเทศในลุ่มน้ำมาร่วมด้วย”

    “สิ่งสำคัญ คือต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นสาธารณะของประเทศทั้งลุ่มน้ำ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไทยจะไปขัดใจกับลาว และต้องไม่ให้ถูกบิดเบือนเป็นการเมืองต่างตอบแทน แล้วกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศไปเด็ดขาด” นายสุรจิตรย้ำ

    แม่ น้ำโขงไหลหล่อเลี้ยงทั้งชีวิต และจิตวิญญาณของคน 2 ฝั่งน้ำหลากหลายชาติพันธุ์มาช้านาน แต่วันนี้น้ำโขงถูกคุกคามขึ้นเรื่อยๆ จนชีวิตคนริมโขงเริ่มไม่เหมือนเดิม ไม่เฉพาะแค่ไทย แต่ทั่วทั้งภูมิภาคอุษาคเนย์นี้

     
  • mekhong 13:17 on 01/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , , , , , , , , , , วีดีโอ, เขื่อน, , , , , ,   

    รวมข้อมูล ข่าว วีดีโอ เกี่ยวกับ แม่น้ำโขง และ ภัยคุกครามน้ำโขง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่ง… 


    รวมข้อมูล,ข่าว,วีดีโอ…เกี่ยวกับ แม่น้ำโขง และ ภัยคุกครามน้ำโขง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ใน การปกป้องและพัฒนาความอุดมสมบูรณ์แห่งลุ่มน้ำโขงที่เคยมีมาอันช้านาน ให้สืบทอดสู่รุ่นลูกหลานอย่างบูรณาการ

    เว็บไซต์เวิร์ดเพรส https://mekhong.wordpress.com/
    วีดีโอแกลเลอร์รี่ http://vodpod.com/mekhong
    ข่าวสั้นทวิตเตอร์ http://twitter.com/mekhongonline
    ติดต่อแม่โขงออนไลน์ Email: mekhong@windowslive.com
    สังคมออนไลน์แฟสบุ๊ค …

     
c
Compose new post
j
Next post/Next comment
k
Previous post/Previous comment
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
Show/Hide comments
t
Go to top
l
Go to login
h
Show/Hide help
shift + esc
ยกเลิก
%d bloggers like this: