Tagged: ภัยคุกคราม Toggle Comment Threads | ปุ่มลัดคีย์บอร์ด

  • mekhong 01:31 on 02/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: 44 องค์กร, , คัดค้าน, ภัยคุกคราม, ภาคอีสาน, , , , ,   

    ข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำ โขง 44 องค์กร ค้าน เขื่อนไซยะบุรี ชี้กระบวนการเร่งรัด ไร้ผู้รับผิดชอบ 


    ข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำ โขง 44 องค์กร ค้าน เขื่อนไซยะบุรี ชี้กระบวนการเร่งรัด ไร้ผู้รับผิดชอบ
    โดย  ประชาธรรม สถานีข่าวประชาชน
    วันที่ 20 ม.ค. 2554 เวลา : 11:22 น.

    ขอขอบคุณภาพ จาก vmekongmedia

    วานนี้ (19 ม.ค. 54) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง  เขียน จดหมายเพื่อแสดงความเห็นและข้อเรียกร้องต่อการจัด “เวทีรับฟังความความคิดเห็นจาก ผู้มีส่วนได้เสียกรณีโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี” ถึง เลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และสำเนาส่งถึงสำนักงานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติและแหล่งทุน ตัวแทนรัฐบาลไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัทช.การช่าง และธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ 4 แห่งของไทย ที่บริษัทช. การช่างประกาศว่าจะกู้เงินเพื่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีบนแม่น้ำโขงสายหลักในเขต ประเทศลาว ซึ่งมีการเสนออยู่ในขณะนี้

    จดหมาย เปิดผนึก

    เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง

    19 มกราคม 2554

    เรื่อง         กระบวนการพิจารณาเขื่อนไซยะบุรีที่เป็นไปอย่างเร่ง รัด และปราศจากการ

    แสดงความรับผิดชอบที่แท้จริงของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

    เรียน         ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง

    สำเนาถึง   ตาม รายนามแนบท้าย

    ตามที่ ทางสปป.ลาว ได้แสดงเจตนาที่จะสร้าง เขื่อนไซยะบุรี ทางตอนเหนือของประเทศลาว  โดยขอให้คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) นำโครงการดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการ “ประกาศเจตนา การรับฟังความคิดเห็น และข้อตกลงล่วงหน้า” (Procedures for Notification, Prior Consultation and Agreement – PNPCA) ภายใต้ข้อตกลงแม่น้ำโขง (Mekong Agreement) ปี 2538 ซึ่งประเทศไทยลงนามร่วมกันกับประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม นั้น

    เรา เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง มีข้อเป็นห่วง ความเห็น และข้อเรียกร้อง ต่อกระบวนการการจัด “เวทีรับฟังความความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียกรณีโครงการไฟฟ้า พลังน้ำไซยะบุรี” ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสำนักเลขานุการของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงของประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นใน 3 พื้นที่ริมแม่น้ำโขง ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย, อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และจังหวัดนครพนม ติดต่อกันในช่วงเวลาสั้น ๆ คือในวันที่ 22, 29 และ 31 มกราคมตามลำดับ ดังนี้

    1.กระบวนการจัดเวทีสาธารณะเป็นไปอย่าง เร่งรัด ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ และไม่มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง คือจนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏว่ากรมทรัพยากรน้ำ ผู้จัดเวทีสาธารณะ ได้เปิดเผยขั้นตอนและรายละเอียดของเวทีที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมทั้งไม่มีการเปิดเผยข้อมูลและเอกสารที่จำเป็น ซึ่งได้แก่ รายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ของเขื่อนไซยะบุรี และรายงาน “การ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์” (Strategic Environmental Assessment – SEA) ฉบับเต็ม ที่แปลเป็นภาษาไทยต่อประชาชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำโขงที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการดัง กล่าว

    2.การพิจารณาโครงการเขื่อนไซยะบุรี ควรต้องทำหลังจากผลกระทบของเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักทั้งหมดได้รับการ พิจารณา และรับรู้รับฟังโดยกว้างขวางเสียก่อน ดังที่รายงาน “การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระดับยุทธศาสตร์” (SEA) ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เอง ได้ชี้ให้เห็นว่า โครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงสายหลักที่กำลังมีการเสนออยู่ในขณะนี้ จะก่อผลกระทบด้านนิเวศวิทยา เศรษฐกิจ และสังคม ที่ร้ายแรง ทั้งที่เป็นผลกระทบภายในประเทศ และผลกระทบข้ามพรมแดน  ดัง นั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงและรัฐบาลในประเทศแม่น้ำ โขงทุกประเทศที่จะต้องเปิดเผบข้อมูลทั้งหมดของโครงการเขื่อนบนแม่น้ำโขงสาย หลักทุกโครงการ และจัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้แสดงความเห็นต่อ โครงการเหล่านี้ในภาพรวม และโดยเฉพาะประชาชนผู้จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากแต่ละโครงการด้วย

    3.กระบวนการจัดเวทีสาธารณะ ซึ่งดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำเท่านั้น ทำให้มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง ที่ประเด็นสำคัญอื่น ๆ โดยเฉพาะประเด็นด้านพลังงานจะถูกละเลย ทั้งนี้ โครงการเขื่อนไซยะบุรี ตลอดจนเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักทั้งหมด ได้รับการโต้แย้งมาโดยตลอดว่า จะไม่เป็นประโยชน์ต่อระบบไฟฟ้าของไทย ซึ่งยังมีการคาดการณ์ความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มที่สูงเกินจริงมา โดยตลอด  ดังเห็นได้จากการที่ไฟฟ้าสำรองของไทยยัง อยู่ในระดับสูง โดยเขื่อนเหล่านี้จะกลายเป็นภาระที่ไม่จำเป็นต่อผู้บริโภค เนื่องจากเป็นเขื่อนที่มีกำลังผลิตพึ่งพาได้ ต่ำกว่ากำลังผลิตติดตั้งที่ระบุไว้อย่างมาก การพึ่งพาเขื่อนเหล่านี้จึงน่าจะเป็นการเพิ่มปัญหาให้กับระบบไฟฟ้าของไทย มากกว่าการสร้างความมั่นคง ทั้งนี้ ไฟฟ้าจากโครงการไซยะบุรีมีแนวโน้มที่จะมีราคาแพงกว่าพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ด้วย

    เราเห็นว่า กระบวนการจัดเวทีรับฟังความเห็นใด ๆ ก็ตามที่มีความหมาย ไม่อาจละเลยข้อถกเถียงด้านพลังงานเหล่านี้ได้

    4.จนถึงขณะนี้ หน่วยงาน และสถาบันอื่น ๆ ในประเทศไทย ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการเขื่อนไซยะบุรี  ซึ่งได้แก่ รัฐบาล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  บริษัท ช. การช่าง และธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ 4 แห่งที่กำลังพิจารณาเงินกู้แก่โครงการนี้ ยังไม่เคยชี้แจงข้อมูลหรือให้คำอธิบายที่สังคมไทยควรรับรู้ โดยเฉพาะในเรื่องความจำเป็นของโครงการเขื่อนไซยะบุรี และมาตรฐานด้านจริยธรรมหรือความรับผิดชอบทางสังคม (Corporate Social Responsibility) ของนักลงทุนและสถาบันการเงิน

    เรา เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง ตามรายนามข้างล่างนี้ จึงเห็นว่า กระบวนการผลักดันให้เกิดการพิจารณาสร้างโครงการเขื่อนไซยะบุรี ที่กำลังดำเนินไปอย่างเร่งรัด มีลักษณะไม่โปร่งใส ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และปราศจากการแสดงความรับผิดชอบที่แท้จริงของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงขอเรียกร้องให้ระงับการเร่งรัดกระบวนการใด ๆ ก็ตาม ที่จะนำไปสู่ความเห็นชอบให้ก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี รวมทั้งกระบวนการภายใต้การ “ประกาศเจตนา การรับฟังความคิดเห็น และข้อตกลงล่วงหน้า” (Procedures for Notification, Prior Consultation and Agreement – PNPCA) ไว้ จนกว่ากระบวนการนั้น ๆ จะดำเนินการภายใต้หลักการความโปร่งใส มีส่วนร่วมที่แท้จริงของภาคประชาชน มิฉะนั้นแล้ว โครงการย่อมขาดความชอบธรรม และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันโครงการ ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม

    ขอแสดงความนับถือ

    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กปอพช.)
    กป.อพช. ภาคเหนือ
    กป.อพช. ภาคเหนือล่าง/กลาง
    กป.อพช. ภาคใต้
    โครงการฟิ้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง
    เครือข่ายพลังงานเพื่อนิเวศวิทยาแม่น้ำ โขง
    สมัชชาคนจน
    มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
    มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
    โครงการพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต
    มูลนิธิบูรณะนิเวศ
    โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต
    สถาบันสันติประชาธรรม
    คณะทำงานวาระทางสังคม
    คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
    เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
    คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
    เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบกรณีเหมือง แร่ทองคำสามจังหวัด (พิจิตร-พิษณุโลก-
    โครงการพัฒนาความเป็นธรรมเพื่อสังคมสุข ภาวะ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เพชรบูรณ์)
    มูลนิธิพัฒนา แรงงานนอกระบบ
    มูลนิธิพัฒนาอีสาน จังหวัดสุรินทร์
    เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ภาคตะวันออก
    เครือข่ายพลังงานยั่งยืนจังหวัด สุรินทร์
    เครือข่ายผู้หญิงภาคอีสาน
    ศูนย์สมุนไพรตะบัลไพร จังหวัดสุรินทร์
    เครือข่ายทรัพยากรดินน้ำป่าภาคเหนือตอน ล่าง
    โรงเรียนแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงใหม่
    เครือข่ายผู้หญิงกับสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่
    Rainbow Dream Group จังหวัดเชียงใหม่
    สำนักข่าวประชาธรรม จังหวัดเชียงใหม่
    จากเครือข่ายสุขภาพชาติพันธุ์บนพื้นที่ สูง(คชส.) จังหวัดเชียงราย
    มูลนิธิศักยภาพเยาวชน จังหวัดเชียงใหม่
    สมาคมฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    เครือข่ายองค์กรชุมชนการจัดการทรัพยากร  ลุ่มน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอน
    เครือข่ายการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำสาละ วิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    กลุ่มดอยหมอกเพื่อการพัฒนา จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    เครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดแพร่
    มูลนิธิพะเยาเพื่อพัฒนา
    ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ
    คณะกรรมการองค์การพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ (กพอ.ชาติ)
    โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา จังหวัดตรัง
    เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคใต้
    ศูนย์กฏหมายและสิทธิชุมชน พื้นที่อันดามัน

    สำเนาถึง:

    นายสาธิต วงศ์หนองเตย
    รัฐมนตรีว่าการสำนักนายกรัฐมนตรี ประเทศไทย
    คณะมนตรี (Council Committee) กรรมาธิการ แม่น้ำโขง

    นายลิม เคียน เฮา
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำและ อุตุนิยมวิทยา
    ประธานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ กัมพูชา

    นายสุวิทย์ คุณกิตติ
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
    ประธานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย

    นางเข็มแพง พลเสนา
    หัวหน้าสำนักงานทรัพยากรน้ำและสิ่งแวด ล้อม (WREA)
    รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ประธานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ สปป.ลาว

    ดร. ฟาม โก่ย เหวียน
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ เวียดนาม
    คณะกรรมการร่วม (Joint Committee) กรรมาธิการแม่ น้ำโขง

    นายซิน นินี
    รองประธานคณะมนตรี/สมาชิกคณะกรรมการ ร่วม
    กรรมาธิการแม่น้ำโขง กัมพูชา

    นายโชติ ตราชู
    รองประธานคณะมนตรี/สมาชิกคณะกรรมการ ร่วม
    กรรมาธิการแม่น้ำโขง ประเทศไทย

    นางมอนมะนี น้อยบัวกอง
    เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำและสิ่ง แวดล้อม สำนักนายกรัฐมนตรี
    สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่ง ชาติ สปป.ลาว

    ดร.เลอ ดัก จุง
    ผู้อำนวยการ  สมาชิกคณะกรรมการร่วม  คณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ เวียดนาม
    กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    นายจตุพร บุรุษพัฒน์   อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ
    นางผกาวรรณ จุฟ้ามาณี  ผู้อำนวยการส่วนงานคณะกรรมการลุ่มแม่ น้ำโขง
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

    นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์
    ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

    คณะกรรมการบริษัท ช. การช่างจำกัด (มหาชน)
    นายอัศวิน คงสิริ          – ประธานกรรมการบริษัท
    นายปลิว ตรีวิศวเวทย์  – ประธานกรรมการบริหาร
    นายวิฑูร เตชะทัศนสุนทร
    นายดอน ปรมัตถ์วินัย
    นายถวัลย์ศักดิ์ สุขะวรรณ
    ดร. ภาวิช ทองโรจน์
    นายณรงค์ แสงสุริยะ
    นายประเสริฐ มริตตนะพร
    นายรัฐ สันตอรรณพ
    นายกำธร ตรีวิศวเวทย์
    ดร. อนุกูล ตันติมาสน์   ธนาคารพาณิชย์ของไทย
    นางกรรณิการ์ ชลิตอาภรณ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่  ธนาคารไทยพาณิชย์
    นายชาติศิริ โสภณพนิช  กรรมการผู้จัดการใหญ่  ธนาคารกรุงเทพ
    นายบัณฑูร ล่ำซำ    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย
    นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์  กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารกรุงไทย

    กลุ่มผู้ให้ทุน (Development Partners) ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง

    ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank [ADB])
    ธนาคารโลก (World Bank)
    สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ (ASEAN)
    ออสเตรเลีย , เบลเยียม  , เดนมาร์ก , สหภาพยุโรป  , ฟินแลนด์  , ฝรั่งเศส , เยอรมัน
    ญี่ปุ่น , เนเธอร์แลนด์  , นิวซีแลนด์ , สวีเดน ,สหรัฐอเมริกา

    Advertisements
     
  • mekhong 14:18 on 01/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , , , , , , , ภัยคุกคราม, , , , , , , , ,   

    มหันตภัยน้ำโขง เขื่อนไซยะบุรี (โดย ข่าวสด) 


    มหันตภัยน้ำโขง เขื่อนไซยะบุรี
    ข่าว สดรายวัน  โดย วิภาวี จุฬามณี
    วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7423

    ขณะที่ยังมีข้อถกเถียงกันว่า ปัญหาน้ำโขงแห้งผิดปกติเกิดจากสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเกิดจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ขวางกั้นลำน้ำโขงในประเทศจีนกันแน่

    โครงการ สร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนล่างกลับยังเดินหน้าต่อไป โดยนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2549 เป็นต้นมา บริษัทเอกชนทั้งของไทย มาเลเซีย เวียดนาม รัสเซีย และจีน ได้เตรียมการศึกษาโครงการสร้างเขื่อน 12 แห่งบนแม่น้ำโขง

    ในจำนวนนี้ 8 แห่ง อยู่ในประเทศลาว 2 แห่งอยู่ในกัมพูชา และอีก 2 แห่งอยู่ชายแดนไทย-ลาว

    โดยโครงการที่มี ความคืบหน้ามากที่สุด คือ “เขื่อนไซยะบุรี” ที่จะสร้างกั้นแม่น้ำโขงในเขตหุบเขาสลับซับซ้อนทางตอนเหนือของประเทศลาว ที่แขวงไซยะบุรี ห่างจาก อ.เชียงคาน จ.เลย ไปราว 200 ก.ม.

    ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอน “การแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง” ตามข้อตกลงของคณะกรรมการลุ่มน้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ที่ประเทศสมาชิก 3 ชาติ คือ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ต้องจัดเวทีปรึกษาหารือภายในประเทศของตนเอง ก่อนส่งให้รัฐบาลลาวตัดสินใจโครงการในวันที่ 22 เม.ย.ที่จะถึง

    ใน ส่วนของประเทศไทยได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนไปแล้ว 3 ครั้ง ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย, อ.เชียงคาน จ.เลย, และอ.เมือง จ.นครพนม ข้อสรุปของ 3 เวที ประชาชนยังมีข้อกังวลอีกกว่า 200 ประเด็น จึงเสนอให้ยืดเวลาการตัดสินใจ และขอให้รัฐบาลลาวเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน

    ในส่วนของภาค รัฐที่เกี่ยวข้อง คือ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงพลังงาน ยังไม่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับชาวบ้าน จึงยังไม่สามารถสรุปจุดยืนของไทยไปยังเอ็มอาร์ซีได้

    จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านริม โขงที่ อ.เชียงคาน อ.ปากชม จ.เลย และชาวบ้านใน จ.หนองคาย หลายคนกังวลว่า เขื่อนไซยะบุรีอาจทำให้วีถีชีวิต การหาอยู่หากินเปลี่ยนไป เนื่องจากการไหลของน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

    เพราะลำพังแค่เขื่อนใน ประเทศจีน ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ก็กระทบกับชีวิตของพวกเขาในหลายด้านอยู่แล้ว

    นายกัญจน์ วงศ์อาจ ประธานชมรมรักษ์ถิ่นไทยเลย บอกว่า หลังจากสร้างเขื่อนในประเทศจีน น้ำในแม่น้ำโขงลดลง ชาวบ้านไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ เพราะน้ำขึ้นและลงอย่างฉับพลัน ทำให้พืชผักที่ปลูกไว้ตามเนินทรายริมตลิ่งเสียหาย ส่วนปลาในแม่น้ำโขงก็ไม่สามารถวางไข่ได้ตามปกติ

    เมื่อรวมกับการส่ง เสริมการท่องเที่ยว ที่ทำให้ความต้องการบริโภคปลาน้ำโขงเพิ่มขึ้น จำนวนปลาที่จับได้ตามธรรมชาติจึงลดลงทุกที เมื่อเป็นเช่นนี้ คนริมโขงจึงต้องเปลี่ยนอาชีพ และมีจำนวนไม่น้อยที่อพยพไปหากินในถิ่นอื่น

    “รัฐบาล ควรคิดให้หนักว่า จะคุ้มกันหรือไม่กับระบบนิเวศที่เสียไป ไฟฟ้าที่ได้มันทดแทนกับอาหารได้ไหม พืชบางชนิดเกิดตามธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารที่เราเก็บมากินได้เลย แต่สิ่งเหล่านี้รัฐไม่เคยมานั่งมอง มองแต่เรื่องใหญ่ๆ อย่างไฟฟ้า ถ้ายังดันโครงการนี้ ก็เท่ากับฆ่าอีกหลายครอบครัว สิ่งที่ชาวบ้านต้องการ คือไม่อยากให้เขื่อนเกิดขึ้นเลย”

    เช่นเดียวกับ นางจิราพร มาร์เธอร์ ตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน อ.เชียงคาน บอกว่าโดยปกติแล้วคนมาเที่ยวเชียงคาน เพราะอยากกินปลาแม่น้ำโขง แต่เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวเริ่มบ่นว่าปลาราคาแพง ซึ่งก็เป็นผลมาจากชาวประมงจับปลาได้น้อยลง ร้านอาหารต่างๆ จึงต้องใช้ปลากระชังมาทำอาหารแทน นอกจากนี้ ยังส่งผลถึงอาชีพเรือรับจ้าง เพราะเมื่อน้ำโขงแห้ง นักท่องเที่ยวก็ไม่สามารถล่องเรือได้

    ส่วน กมล คงปิ่น นายกเทศมนตรี ต.เชียงคาน ร่วมย้ำว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนไซยะบุรีน้อยมาก ขณะที่โครงการกลับคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว การจัดเวทีที่เพิ่งผ่านไป คนเชียงคานบอกว่าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบ แต่หน่วยงานที่มาชี้แจง กลับบอกว่าข้อมูลเป็นเอกสิทธิ์ของรัฐบาลลาว ตอนนี้พี่น้องเชียงคานจึงอยู่ในสถานะไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย

    “เขาไม่ให้ ข้อมูลแล้วจะจัดเวทีทำไม ถ้าบอกเราหน่อยว่าสร้างเขื่อนแล้วระดับน้ำสูงสุดเท่าไหร่ ต่ำสุดเท่าไหร่ ชาวบ้านจะได้ตัด สินใจ ถ้าเห็นว่าดี ชาวบ้านอาจยินดีให้สร้างก็ได้ แต่นี่จัดเวทีแล้วก็ไม่มีข้อมูล รู้กันก็เฉพาะคนที่สนใจ ไม่ประชาสัม พันธ์อะไรเลย ผมเองเป็นนายกเทศ มนตรี ก็เพิ่งมารู้ตอนที่มีคนโทร ศัพท์มาตามให้ไปร่วมประชุม” นายกฯ เชียงคาน กล่าว

    ขณะที่ นายสุรจิตร ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล แสดงความเห็นภายหลังลงพื้นที่สำรวจริมฝั่งโขงว่า เขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนแรกที่จะต้องนำเข้าพิจารณาในระดับภูมิภาค ตามข้อตกลงของเอ็มอาร์ซี และจะเป็นมาตรฐานสำหรับการสร้างเขื่อนต่อๆ ไปในอนาคต

    แต่จากการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ เห็นว่าการลงนามความเข้าใจในโครงการนี้ระหว่างไทย ซึ่งเป็นผู้ซื้อไฟฟ้า และรัฐบาลลาวเจ้าของโครงการ ยังขาดความโปร่งใส เพราะยังไม่ผ่านความเห็นจากรัฐสภา ส่วนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และข้อมูลผลกระทบข้ามพรมแดนจากการสร้างเขื่อน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากในโครงการ ก็ยังไม่เป็นที่เปิดเผยอย่างแพร่หลาย

    “ผล การรับฟังความคิดเห็นคร่าวๆ ใน 3 ประเทศ เวียด นามบอกว่าไม่เอาเขื่อน ขณะที่ภาคประ ชาชนในเขมรบอกว่า อย่าทุบหม้อข้าวตัวเอง ข้อเสนอของผมตอนนี้คือ ขอให้รัฐบาลจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม โดยเชิญทูตจากทุกประเทศในลุ่มน้ำมาร่วมด้วย”

    “สิ่งสำคัญ คือต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นสาธารณะของประเทศทั้งลุ่มน้ำ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไทยจะไปขัดใจกับลาว และต้องไม่ให้ถูกบิดเบือนเป็นการเมืองต่างตอบแทน แล้วกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศไปเด็ดขาด” นายสุรจิตรย้ำ

    แม่ น้ำโขงไหลหล่อเลี้ยงทั้งชีวิต และจิตวิญญาณของคน 2 ฝั่งน้ำหลากหลายชาติพันธุ์มาช้านาน แต่วันนี้น้ำโขงถูกคุกคามขึ้นเรื่อยๆ จนชีวิตคนริมโขงเริ่มไม่เหมือนเดิม ไม่เฉพาะแค่ไทย แต่ทั่วทั้งภูมิภาคอุษาคเนย์นี้

     
  • mekhong 13:17 on 01/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , , , , , , , ภัยคุกคราม, , , วีดีโอ, , , , , , ,   

    รวมข้อมูล ข่าว วีดีโอ เกี่ยวกับ แม่น้ำโขง และ ภัยคุกครามน้ำโขง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่ง… 


    รวมข้อมูล,ข่าว,วีดีโอ…เกี่ยวกับ แม่น้ำโขง และ ภัยคุกครามน้ำโขง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ใน การปกป้องและพัฒนาความอุดมสมบูรณ์แห่งลุ่มน้ำโขงที่เคยมีมาอันช้านาน ให้สืบทอดสู่รุ่นลูกหลานอย่างบูรณาการ

    เว็บไซต์เวิร์ดเพรส https://mekhong.wordpress.com/
    วีดีโอแกลเลอร์รี่ http://vodpod.com/mekhong
    ข่าวสั้นทวิตเตอร์ http://twitter.com/mekhongonline
    ติดต่อแม่โขงออนไลน์ Email: mekhong@windowslive.com
    สังคมออนไลน์แฟสบุ๊ค …

     
c
Compose new post
j
Next post/Next comment
k
Previous post/Previous comment
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
Show/Hide comments
t
Go to top
l
Go to login
h
Show/Hide help
shift + esc
ยกเลิก
%d bloggers like this: