เครือข่ายน้ำโขงยื่นประท้วงจีน / 04 เมษายน พ.ศ. 2553


เครือข่ายน้ำโขงยื่นประท้วงจีน

วันที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7066 ข่าวสดรายวัน


ประท้วงจีน- เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงในประเทศไทย รวมตัวหน้าสถานทูตจีน เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้จีนยุติการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขง และเปิดโอกาสให้ทุกชาติมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขงอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เมื่อวันที่ 3 เม.ย.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 เม.ย. เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงในประเทศไทย ประมาณ 250 คน รวมตัวกันหน้าสถานทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือต่อทางการจีน กรณีแม่น้ำโขงเหือดแห้ง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในประเทศจีน โดยเรียกร้องใน 6 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลจีนต้องหยุดการสร้างเขื่อนทั้งหมดในแม่น้ำโขง 2.รัฐบาลจีนต้องหยุดโครงการระเบิดแก่งในลำน้ำโขง 3.รัฐบาลจีนต้องเปิดเผยตัวเลขและข้อมูลการจัดการของเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบนทั้งหมด 4.รัฐบาลไทยดำเนินการเพื่อเข้าเป็นภาคี “อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ลำน้ำระหว่างประเทศที่มิใช่เพื่อการเดินเรือ” และชี้ชวนให้ประเทศอื่นๆ ในลุ่มน้ำโขงร่วมด้วย 5.รัฐบาลจีนและรัฐบาลประเทศลุ่มน้ำโขงต้องตั้งคณะกรรมการร่วม โดยมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมด้วย เพื่อหาแนวทางจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขงอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน 6.คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีภารกิจหลักคือ หาแนวทางร่วมกันในการบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนไม่ให้ก่อผลกระทบต่อชุมชนท้ายเขื่อน รวมถึงหาแนวทางชดเชยต่อความเสียหายจากโครงการที่เกิดขึ้นแล้ว

ต่อมาเวลา 09.00 น. นายเหยา เหวิน ผู้อำนวยการฝ่ายการเมือง สถานทูตจีน เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยกล่าวกับตัวแทนเครือข่ายฯ ว่า ประเทศจีนซึ่งอยู่ส่วนบนของแม่น้ำโขงจะไม่ทำร้ายประเทศที่อยู่ปลายน้ำอย่างแน่นอน วันนี้ผู้นำและผู้แทนจากจีนได้ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (เอ็มอาร์ซี) ที่หัวหิน เพื่อหาลู่ทางที่จะแก้ปัญหานี้ร่วมกัน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนจากสถานทูตจีนยังนำเอกสารชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับแม่น้ำโขง และจุดยืนของทางการจีน มอบให้กับผู้ชุมนุมด้วยเช่นกัน โดยเอกสารระบุว่า โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่จีนดำเนินอยู่ยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศปลายน้ำอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาทางการจีนได้จัดตั้งช่องทางการพูดคุยผ่านกลไกการเจรจาจีน-เอ็มอาร์ซี และได้อำนวยข้อมูลด้านน้ำให้แก่สำนักงานเลขาธิการเอ็มอาร์ซีตลอดมา ทั้งนี้ จีนจะใช้กลไกการเจรจาของเอ็มอาร์ซี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายในลุ่มน้ำโขงให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น จีนยินดีที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยน ประสานงานกับทุกฝ่ายบนพื้นฐานการเจรจาอย่างเสมอภาค และอำนวยประโยชน์แก่กัน

นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานโครงการเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า ต้องการให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่างรับรู้ข้อมูล และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเขื่อน และเรียกร้องให้จีนแสดงความรับผิดชอบต่อเขื่อนที่สร้างไปแล้วและส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ตอนล่าง รวมถึงอยากให้มีการจัดเวทีพูดคุยระหว่างตัวแทนประชาชนและรัฐบาลจีน ที่มายื่นหนังสือวันนี้ หวังว่าข้อเสนอของภาคประชาชนจะถูกนำเสนอในเวทีการประชุมเอ็มอาร์ซี และเกิดการหารือร่วมกับประชาชน ประเด็นที่ 2 คือ อยากให้เอ็มอาร์ซีพิจารณาโครงสร้างใหม่ โดยให้ประชาชนเข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมการของเอ็มอาร์ซีด้วย 

“ท่าทีของรัฐบาลจีนวันนี้น่าจะฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม จากนี้เราจะรอดูว่าข้อเสนอที่ให้มีการพบปะพูดคุยระหว่างรัฐบาลจีนกับประชาชน ทางการจีนจะเปิดใจ เปิดเวทีให้มีการประชุมร่วมกันหรือไม่ ถ้าไม่มีความคืบหน้าก็จะมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง” ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าว