รายงานพิเศษ เกี่ยวกับแม่น้ำโขง

จาก นักข่าวพลเมือภาคอีสาน



รายงานพิเศษ “ปัญหาแม่น้ำโขงแห้ง”

วันพฤหัสบดีที่ 01 เมษายน 2010 เวลา 09:04 น

สถานการณ์ น้ำในแม่น้ำโขงกำลังวิกฤติ น้ำแห้งขอดต่ำสุดในรอบ ๒๐ ปี ได้ถูกรายงานจากทุกพื้นที่ที่แม้น้ำโขงไหลผ่าน  ซึ่งอันที่จริงน้ำในแม่โขงแห้งขอดเป็นปัญหาเรื้อรังติดต่อกันมาหลายปี แต่ปีนี้แห้งขอดรุนแรงเป็นประวัติการณ์มากกว่าปีก่อนๆ ประชาชนคนไทย ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม กว่า ๖๐ ล้านเดือดร้อนหนัก บอกไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ก่อปัญหาทั้งระบบนิเวศน์ การชลประทาน การเกษตร การประมง การเดินเรือและการท่องเที่ยว ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

นาย จีรศักดิ์ อินทยศ ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงเปิด เผยว่า เท่าที่คุยกับชาวบ้านต่างบอกว่าน้ำแห้งผิดปกติ เพราะธรรมดาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีน้ำจะไม่แห้งถึงขนาดนี้ แม้กระทั่งถึงเดือนเมษายนปีก่อนๆ ซึ่งเป็นช่วงที่แล้งที่สุด ก็ยังไม่แห้งขนาดนี้ แต่ปีนี้แค่เดือนกุมภาพันธ์ก็แห้งแล้ว หากถึงเดือนเมษายนยังนึกไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร เขากล่าวด้วยว่า ขณะนี้การเดินเรือสัญจรทั่วไปต่างต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะร่อง น้ำเดิมได้เปลี่ยนไปมาก ในอดีตชาวบ้านต่างมีรายได้จากการหาปลาแล้วไปลงทุนภาคเกษตร แต่เมื่อการประมงมีปัญหาทำให้วงจรถูกตัดขาดและวิถีชีวิต ชุมชนต่างได้รับผลกระทบถ้วนหน้า ล่าสุดเรือสินค้าที่เชียงแสนต้องหยุดวิ่งทั้งหมด นักท่องเที่ยวต้องใช้เส้นทางอื่น ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเกิดปัญหามาก เพราะนักท่องเที่ยวไม่รู้ข่าวล่วงหน้าและตั้งใจมาล่องเรือไปหลวงพระบาง ขณะเดียวทางด้านจังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญและอุบลราชธานี ก็มีรายงานว่าล่องน้ำโขงบางแห่งแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามไปฝั่งลาวได้แล้ว
ทาง ด้านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็มีคนเดือดร้อนพอๆกัน ชาวลาวพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์น้ำในแม่โขงแห้งขนาดนี้ ล่าสุดมีข่าวว่าทางการลาวได้สั่งห้ามเรือโดยสารระหว่างเชียงของกับในหลวงพระ บางวิ่ง ทำให้เรือโดยสารทั้งหมดกว่า ๓๐๐ ลำต้องหยุดเดินทาง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตกค้างในลาวเป็นจำนวนมาก หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ รายงานว่า ระบบชลประทานในเขตเมืองหลวงซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า ๒๒,๐๐๐ ไร่แทบไม่มีน้ำเลย คลองส่งน้ำ สายไม่มีน้ำส่งไปตามทุ่งนา เพราะแม่น้ำโขงลดระดับเร็วผิดปกติ ในอัตราวันละ ๑๐ เซนติเมตรมาตั้งแต่เริ่มเข้าเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ทำให้ชาวนาเดือดร้อนมาก

แม่ น้ำโขง เป็นแม่น้ำระหว่างประเทศที่มีความยาวที่สุดในเอเชีย มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านมณฑลชิงไห่ ในประเทศจีนและบริเวณที่ราบสูงธิเบตไหลสู่ทะเลจีนใต้ผ่านมาทางลาว พม่า ไทย กัมพูชาและเวียดนาม มีความยาวทั้งสิ้น ๔,๔๘๐ กิโลเมตร เป็นความยาวในประเทศจีน ๒,๑๓๐ กิโลเมตร กระแสน้ำจะไหลจากเหนือลงสู่ทางใต้ตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำและลุ่มน้ำ ใกล้เคียงอย่างอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ปกติน้ำแม่น้ำโขงจะไม่แห้งขอดเร็วนักเมื่อถึงฤดูร้อน และจะมีน้ำขังตามล่องน้ำให้สามารถเดินเรือสินค้าและเรือโดยสารได้อย่างไม่ ลำบาก เพิ่งจะมาเกิดปัญหาน้ำแห้งขอดต่อเนื่องเป็นรายปีนับตั้งแต่จีนได้สร้าง เขื่อนขนาดใหญ่เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าโดยกั้นแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านประเทศไว้ถึง ๓ เขื่อน ซึ่งตามแผนจีนจะสร้างอีกจนครบ ๘เขื่อน เขื่อนแรกที่สร้างเสร็จคือเขื่อนมันวาน เมื่อปี ๒๕๓๙ ต่อมาคือเขื่อนต้าเฉาซาน สร้างเสร็จเมื่อปี ๒๕๔๔ และเขื่อนเซี่ยววาน โดยเขื่อนขนาดใหญ่เหล่านี้ สามารถกักเก็บน้ำไว้ในปริมาตรรวมกันมากกว่า ๒,๙๐๐ ล้านลูกบาตรเมตร ซึ่งถือว่าไม่มากเลยถ้าหากเป็นในช่วงฤดูน้ำหลาก แต่เป็นปัญหาสำหรับช่วงหน้าร้อนอย่างมาก เมื่อน้ำที่หล่อเลี้ยงแม่น้ำโขงนั้นมาจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาหิมาลัย เท่านั้น เมื่อมีเขื่อนขนาดใหญ่ถึง ๓ เขื่อนขวางกั้นไว้เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าและสนองความต้องการใน พื้นที่การเกษตรของจีนเป็นด้านหลัก จึงทำให้ไม่เหลือน้ำให้ไหลลงใต้ตามปกติเหมือนเดิม จะมีน้ำไหลลงสู่แม่น้ำโขงตอนล่างบ้างก็ต่อเมื่อมีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน ของจีนเท่านั้น
สาเหตุที่แม่น้ำโขงแห้งขอดเร็วกว่า ปกติ ในปีนี้เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากธรรมชาติที่เกิดปรากฎการณ์เอลนิโญ ซึ่งทำให้มีฝนตกน้อยกว่าปกติและฤดูแล้งมาเร็วกว่าปกติ แต่สาเหตุหนึ่งฟันธงได้เลยว่ามาจากการกระทำของมนุษย์นั่นคือ การกักเก็บน้ำในเขื่อนทั้ง ๔ แห่งของจีน

ที่น่า เป็นห่วงซึ่งยากต่อ การแก้ปัญหาน้ำแห้งในเวลานื้ คือจีนไม่ยอมรับว่าเขื่อนของตนสร้างปัญหาภัยแล้งให้ประเทศในเขตริมแม่น้ำโขง ตอนล่าง โดยอ้างปริมาตรน้ำที่ไหลจากเขตจีนลงสู่แม่น้ำโขงตอนล่างทั้งสายนั้นคิดเป็น สัดส่วนไม่ถึง ๒๐ % ของปริมาตรน้ำทั้งหมดตลอดทั้งปีด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น จีนอ้างว่า เขื่อนของตนยังสามารถช่วยบรรเทาภัยแล้งและอุทกภัยให้กับเขตตอนล่างอีกต่าง หาก กล่าวคือเขื่อนในจีนสามารถจะเก็บกักน้ำไว้ได้ในปริมาตรมากๆ โดยไม่ปล่อยน้ำลงสู่เขตตอนล่างในฤดูน้ำหลาก และพอถึงหน้าแล้งก็จะปล่อยน้ำลงสู่เขตตอนล่างได้อีกต่างหาก ซึ่งเท่ากับว่าเขื่อนของจีนเป็นประโยชน์ต่อเขตตอนล่างมากกว่าผลกระทบในด้าน ลบนั่นเอง
ด้วยทัศนะดังกล่าว ทำให้จีนไม่เคยมีท่าทีจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง [ Mekong River Commission – MRC ]ร่วมกับประเทศไทย ลาว พม่า กัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ เพื่อจัดระเบียบการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขงอย่างเป็นธรรมระหว่างกัน กล่าวกันว่า เหตุที่จีนไม่อยากเข้าร่วมอาจเป็นเพราะมองไม่เห็นความจำเป็น ประการหนึ่ง

ส่วนอีกประการหนึ่งอาจเพราะไม่ต้อง การมีพันธะผูกพันใน อันที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากน้ำในแม่น้ำโขงร่วม กับประเทศอื่น เพราะจีนยังต้องการจะสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงเพิ่มอีกถึง ๕ แห่งจากที่สร้างเสร็จไปแล้วด้วย
อย่างไรก็ตาม การจะแก้ไขปัญหาน้ำในแม่น้ำโขงแห้งขอด จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากจีน ชาติสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงทั้งห้าประเทศล้วนแต่มีสัมพันธภาพที่ดีกับ จีนสมควรที่จะพูดคุยกันเพื่อเลือกตัวแทนของกลุ่มเข้าไปเจรจากับจีน ขอความช่วยเหลือและความร่วมมืออย่างจริงจังจากจีน มิเช่นนั้นแล้วปัญหาน้ำแห้งขอดในแม่น้ำโขงคงยากที่จะได้รับการเยียวยา

สภาพ ที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนแห้งขอดก่อนเวลาอันสมควรในเขต ตอนล่างปีนี้ ทำให้ประชากรมใน ๕ ประเทศกว่า ๖๐ ล้านคนประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก สภาพการณ์เช่นนี้น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีในการขอความร่วมมือจากจีนได้ง่ายขึ้น

วินัยวิธ หาญชำนิ เรียบเรียง

สำนักข่าวแห่งชาติ

————————————-