น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า ไทย-ลาวเดือดร้อนหนัก

By EZ Editor Bow, กุมภาพันธ์ 22, 2010 1:37 pm

2_42น.ส.พ.จีน รายงานมณฑลยูนาน แล้งสุดรอบ 60 ปี ทำให้ต้องกักน้ำในเขื่อนไว้ปั่นไฟ ส่งผลน้ำโขงแห้งขอด คนริมโขงไทย-ลาวเดือดร้อนหนัก สัญจรทางเรือไม่ได้ กระทบเกษตรกรรม เผยพระธาตุโผล่กลางลำโขงฝั่งลาว “นอภ.-ตร.”อำนาจเจริญตั้งด่านตรวจเข้มหวั่นลอบขนยาเสพติดข้ามแดน

สถานการณ์ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ลาวในหลายด้าน โดยเฉพาะ การเดินเรือค้าขาย การอุปโภคบริโภค และการเกษตรกรรม สาเหตุหลักมาสาธารณรัฐประชาชนจีนได้กักเก็บน้ำเอาไว้ในอ่างเหนือเขื่อนขนาด ใหญ่ 4 แห่งที่พาดกั้นแม่น้ำโขงในดินแดนของตน และมีแนวโน้มว่าจะไม่ปล่อยน้ำลงมาใต้เขื่อน เนื่องจากเกรงว่าปริมาณน้ำในอ่างจะไม่พอผลิตกระแสไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ว่า หนังสือพิมพ์ไชน่าเดลี่ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นับตั้งแต่ปลายปี 2552 เกิดความแห้งแล้งในพื้นที่มณฑลยูนนานร้ายแรงที่สุดในรอบ 60 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทหัวเหนิงลานชางไฮโดรพาวเวอร์ บริษัทบริหารจัดการเขื่อนบนแม่น้ำโขงทั้ง 4 แห่งระบุว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ของเขื่อนลดลงและกระทบต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า

ขณะที่หนังสือพิมพ์หนานฟ่างเดลี่รายงานเช่นกันว่า ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนบนแม่น้ำโขง 4 แห่งขึ้นอยู่กับระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อน “เสี่ยวหวาน” เขื่อนแห่งนี้ต้องบริหารจัดการระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อให้สามารถ ผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียงพอคือวันละประมาณ 70 กิโลวัตต์ แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลงอย่างมาก ทำให้กระแสไฟฟ้าในยูนนานลดลง

ทั้งนี้ เขื่อนเสี่ยวหวานมีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นเขื่อนที่ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของแม่น้ำโขงในจีน ถัดมา ได้แก่ เขื่อนมันวานผลิตไฟ 1,500 เมกะวัตต์ เขื่อนต้าเฉาชาน 1,350 เมกะวัตต์ และเขื่อนจิงหง1,500 เมกะวัตต์ ปริมาณความจุอ่างเก็บน้ำของเขื่อนทั้ง 4 แห่ง รวม 17,603 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทางด้านนายมิติ ยาประสิทธิ์ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงแสน เปิดเผยว่า ทหารเรือบอกว่าระดับน้ำโขงลดลงมากกว่าปี 2540 ซึ่งตอนนั้นจีนปิดเขื่อนแห่งแรก มีผลให้บ่อน้ำบาดาลแห้งไปด้วย แม้กระทั่งน้ำประปาเองก็เริ่มมีปัญหา ช่วงนี้ไม่มีการปล่อยน้ำมาเลย เพราะเรือขนสินค้าจากจีนจอดอยู่ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงรายหลายวันแล้ว แต่มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นคือมีพระธาตุเก่าแก่โผล่ขึ้นกลางแม่น้ำโขงในฝั่งลาว ที่เกาะดอนแท่น ตรงนั้นเป็นวัดเก่า มีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่ และทางการลาวกำลังสำรวจอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า ปริมาณน้ำที่ลดลงในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางน้ำอย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากเดือดร้อน หลายชุมชนมีเพียงเส้นทางเรือเท่านั้นที่เข้าถึงหมู่บ้าน ขณะนี้เรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าต่างจอดสนิท  การขนส่งทางเรือระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ และเมืองปากลาย แขวงไชยบุรี ต้องหยุดลง ขณะที่แม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำโขงต่างแห้งเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรอย่างหนัก

ด้านนายนิรันดร์ บุญสิงห์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (หน.ปภ.)  จ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ปีนี้จะแล้งหนักกว่าปีที่ผ่านๆ มา เพราะขณะนี้ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มนำใช้กันแล้ว ที่สำคัญในช่วงนี้แม่น้ำโขงแห้งขอดลงมาก โดยเฉพาะในเขตบ้านคันสูง ต.โคกสาร อ.ชานุมาน ระดับลดลงต่ำมากจนเดินข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน(ลาว) ขณะเดียวกันมีประชาชนไปทอดแหตกปลา และยังมีเด็กๆ นักเรียนลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวไปชมความงามของแก่งหิน ต่างๆ วันละจำนวนมาก

“ทางอำเภอและทางตำรวจตั้งด่านเฉพาะกิจตรวจเข้ม เพราะเกรงจะมีการขนย้ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังฝั่งไทย” นายนิรันดร์กล่าว

นายบุญสนอง บุญมี ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ทางจังหวัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งให้ผู้รับผิดชอบออกสำรวจภาชนะเก็บกักน้ำตามหมู่บ้านต่างๆ ทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก คาดว่าทางจังหวัดจะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติในเร็วๆ นี้

ที่มา.kapook

—————————

เปิดผลวิจัยปมแม่น้ำโขงแห้งขอด พบ”จีนสร้างเขื่อนกั้นทางไหลน้ำ”เป็นไปได้สูงสุด

มติชนออนไลน์

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 23:15:15 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ชินวัชร์ สุรัสวดี จากศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติอันดามัน (เอเอ็นอีดี) คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ได้ใช้ข้อมูลดาวเทียมเพื่อพิสูจน์สาเหตุที่แท้จริงของความแห้งขอดของแม่น้ำ โขงตั้งแต่ต้นปี 2553 จนถึงปลายปี โดยผลการวิจัยสรุปว่า เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เนื่องจากปัญหาปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงลดลงต่ำสุดในรอบ 50 ปี ปัญหาความแห้งขอดของแม่น้ำโขงได้เริ่มมีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งในช่วงต้น เดือนพฤศจิกายนนี้ ข้อสันนิษฐานที่มีคนกล่าวถึงว่าเป็นสาเหตุของความแห้งขอดของแม่น้ำโขงนั้น ประกอบด้วย

1.ปริมาณฝนและหิมะที่ตกลดน้อยลง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงลดลง

2.หิมะและธารน้ำแข็งบนเทือกเขาทิเบต ที่ละลายและไหลลงสู่แม่น้ำโขง มีปริมาณลดน้อยลง

3.การสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำในบริเวณ “โขงตอนบน” ของประเทศจีนทำให้แม่น้ำโขงแห้ง
ดร.ชินวัชร์กล่าวในรายงานการวิจัยว่า ปัญหาความแห้งขอดของแม่น้ำโขงและข้อสันนิษฐานเหล่านี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้คำตอบ งานวิจัยนี้ได้ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อพิสูจน์ว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง

ทั้งนี้ได้ศึกษา ข้อมูลพื้นฐานทราบว่า แม่น้ำโขง มีต้นกำเนิดมาจากการละลายของหิมะและธารน้ำแข็งบนเทือกเขาทิเบต ซึ่งเทือกเขาทิเบตนี้เองเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำขนาดใหญ่ของโลกที่สำคัญอื่นๆ ซึ่งรวมถึง Indus หรือ Gar, Bramaputra หรือ Yarlung Tsangpo, Salween หรือ Nu, Yangtze หรือ Jinsha, และ Yellow หรือ Huang โดยแม่น้ำโขงมีทิศทางการไหลจากเหนือลงใต้
จากผลการศึกษาตามข้อสันนิษฐานแต่ละข้อ พบว่า ข้อสันนิษฐานแรกที่ว่าฝนและหิมะตกน้อยลงทำให้แม่น้ำโขงแห้งขอดนั้น ปรากฏว่า เมื่อใช้ข้อมูลฝนและหิมะทั่วโลกที่ประมาณค่าสำหรับดาวเทียมมิลลิมิเตอร์เวฟ แบบพาสซีฟ NOAA-18 ซึ่งเป็นดาวเทียมของประเทศสหรัฐอเมริกา ศึกษาว่า ความแห้งขอดของแม่น้ำโขงในช่วงต้นปีและช่วงเวลานี้ของปี พ.ศ.2553 เป็นผลมาจากการที่ฝนและหิมะตกน้อยลงจริงหรือไม่ พบว่า ปริมาณฝนและหิมะที่ตกบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ถึง พ.ศ.2553 ไม่มีความแตกต่างจนเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่น้ำโขงแห้งขอด
สำหรับสันนิษฐานข้อที่สองที่ว่า หิมะและธารน้ำแข็งบนเทือกเขาทิเบต ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำโขงมีปริมาณลดน้อยลงทำให้แม่น้ำโขงแห้งขอดนั้น สำหรับสันนิษฐานข้อนี้ เนื่องด้วยเทือกเขาทิเบตเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญหลายสาย ดังนั้น ถ้าหิมะและธารน้ำแข็งบนเทือกเขาทิเบตมีปริมาณลดน้อยลงจริง ระดับน้ำในแม่น้ำขนาดใหญ่ที่มีต้นกำเนิดจากบริเวณใกล้เคียงกันบนเทือกเขา ทิเบตก็น่าที่จะต้องมีปริมาณน้ำลดลงอย่างรุนแรงกว่าปีอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อพิจารณาแม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำแยงซี ซึ่งมีจุดกำเนิดบนเทือกเขาทิเบตบริเวณใกล้เคียงกับแม่น้ำโขง โดยแม่น้ำสาละวินมีทิศทางการไหลคล้ายคลึงกับแม่น้ำโขง โดยไหลลงมายังประเทศพม่า พบว่าแม่น้ำสาละวินไม่แห้งขอดและมีการไหลเป็นไปอย่างปกติ เพราะไม่มีการสร้างเขื่อนใดๆ ไปปิดกั้นการไหลของแม่น้ำสาละวิน
“สันนิษฐานข้อที่สาม จากข้อมูลฝนและหิมะจากดาวเทียม จะเห็นได้ว่าปริมาณฝนและหิมะที่ตกในแต่ละปีในช่วงฤดูหนาวนั้น มีปริมาณน้อยกว่าฤดูกาลอื่นๆ อยู่แล้ว การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่จำนวนหลายเขื่อนในบริเวณ”โขงตอนบน” ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน โดยผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่จำนวนหลายเขื่อนบริเวณ “โขงตอนบน” เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความแห้งขอดของแม่น้ำโขง”ดร.ชินวัตร์กล่าว

————————-

รายงานพิเศษ : แม่น้ำโขงแห้งขอด ใครเสียผลประโยชน์

โดย สนุกดอตคอม

11 มี.ค. 53 20.25 น.

แม่น้ำโขงแห้งขอด ใครเสียผลประโยชน์ ถึงเวลาหรือยังกับการใช้ประโยชน์จากสายน้ำโขงอย่างจริงจัง จากกรณีที่แม่น้ำโขงแห้งขอด จากสาเหตุสำคัญคือสาธารณรัฐประชาชนจีนสร้างเขื่อนกลางลำน้ำโขงหรือแม่น้ำ หลานซางในจีน ส่งผลกระทบต่อประเทศท้ายน้ำเช่น ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เป็นอย่างมาก สิ่งที่สะท้อนกลับมาคือเมื่อเกิดปัญหา ประเทศที่ประท้วงคือเวียดนาม ขณะที่ประเทศที่ขอเจรจากับทางการจีนกลับเป็นไทย นางสุพจี นิลอุบล ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า แม่น้ำหลานซางหรือแม่น้ำโขง มีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงเหอไป่ในธิเบต ไหลลงมาที่จีน ตามแผนการผลิตไฟฟ้าของจีน จะสร้างเขื่อนกลางลำน้ำ 8 เขื่อน เพื่อผลิตไฟฟ้าในฝั่งตะวันตกไปป้อนด้านตะวันออกตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจจีน ใหม่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเมืองสำคัญ ขณะนี้สร้างเสร็จแล้ว 4 เขื่อน คือ เขื่อนมั่นหวาน เสี่ยววาน ต้าเฉาชาน และจิ่งหง หรือเชียงรุ่ง ซึ่งสร้างในเขตสิบสองปันนา ส่วนเขื่อนที่ส่งผลกระทบกับประเทศท้ายน้ำมากที่สุดน่าจะเป็นเขื่อนเสี่ยววาน มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 1,500 เมกะวัตต์ หากเปรียบเทียบกับเขื่อนภูมิพล ซึ่งมีกำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ และผลิตไฟฟ้าได้ 610 เมกะวัตต์ ก็คงจะนึกภาพออกว่าเขื่อนดังกล่าวกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด เมื่อประเทศท้ายน้ำเริ่มออกมาเรียกร้องเพราะน้ำไม่พอ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จีนอาจจะยังไม่สร้างเขื่อนอีกสี่เขื่อนที่เหลือ แล้วหันไปพัฒนาสายน้ำอื่นแทน ที่ผ่านมา ประเทศท้ายน้ำไม่เคยออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจ มีเพียงประเทศเวียดนามที่ประท้วง เพราะได้รับผลกระทบหนักที่สุดที่เดลต้า ปากแม่น้ำโขง บริเวณกิ่วล่องที่แม่น้ำโขงแยกเป็น 9 สาย ซึ่งเคยเป็นมรดกโลก มีต้นกกที่เรียกว่าจ๋ามจีน มีนก และบัดนี้ทั้งหมดกลายเป็นอดีต ขณะที่ประเทศไทยไม่เคยเจรจาเรื่องดังกล่าว ส่วนลาวนั้นมีโครงการจะสร้างเขื่อนกลางลำน้ำโขงอีก 8 แห่ง จึงอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ส่วนกัมพูชามีผลกระทบน้อยที่สุดและมีโตนเลสาปที่เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในการประชุมประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงหลายประเทศ เคยยื่นหนังสือแสดงความกังวลต่อสิ่งก่อสร้างกลางลำน้ำ แต่จีนก็ไม่คิดว่าแม่น้ำโขงหรือหลานซางของจีนจะเป็นแม่น้ำนานาชาติ ขณะที่เหตุผลหลักของการหยุดสร้างเขื่อนของจีนนั้น เป็นเพราะเรือสินค้าไม่สามารถเดินสินค้าได้ ไม่ใช่เพราะคำประท้วงจากประเทศท้ายน้ำ นางสุพจี นิลอุบล ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวด้วยว่า สิ่งที่สะท้อนกลับมาเมื่อเกิดปัญหาน้ำโขงแห้ง ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นไปตามหลักน่านน้ำสากล ประกอบกับตลิ่งที่สูงชันไม่สามารถผันน้ำเข้ามาได้ ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกิดปัญหาแล้งซ้ำซาก รัฐบาลเคยมีความคิดจะนำมาแม่น้ำโขงมาใช้ในที่ราบลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการดังกล่าวควรมีการปัดฝุ่นทำเป็นระบบอย่างจริงจัง ทั้งนี้ต้องเจรจากับประเทศท้ายน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์อย่างจริงจังร่วมกัน ขณะที่ประเทศไทยมีแผนจะซื้อน้ำงึมจากลาว เนื่องจากใช้แม่น้ำโขงไม่ได้ แม่น้ำโขง นับเป็นแม่น้ำนานาชาติที่หล่อเลี้ยงประชาชนหลายประเทศ หากประเทศไทยจะเรียกร้องขอใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงบ้างก็คงไม่สายเกินไป แต่ต้องรวมกลุ่มกันระหว่างประเทศท้ายน้ำอย่างจริงจัง

ที่มา  Sanook