ชาวบ้านริมโขงจี้ลาวทบทวนสร้างเขื่อนไซยะบุรี

18 เมษายน 2554 เวลา 16:31 น.  

กรรมการสิทธิอาเซียนรับลูก เตรียมชงประเด็นสร้างเขื่อนไซยะบุรีเข้าหารือ ชาวบ้าน 8 จังหวัดริมน้ำโขงตีกลองสะบัดชัยหน้าสถานทูตลาวลั่น ชี้ทางการลาวผิดสัญญา-ข้ามขั้นตอนเร่งรีบก่อสร้าง

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงทั้งจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 70 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)เนื่องจากหวั่นเกรงผลกระทบด้านต่างๆ เช่น การสูญพันธุ์ของปลาเนื่องจากเขื่อนปิดกั้นเส้นทางอพยพ รวมถึงหวั่นเกรงเหตุแผ่นดินไหวเนื่องจากโครงการดังกล่าวอยู่ใกล้รอยเลื่อน โดยมีคนทำงานภาคประชาสังคมร่วมสังเกตการณ์ อาทิ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา นางสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี กรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียน

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กล่าวว่าวันที่ 19 เมษายน จะมีการประชุมเอ็มอาร์ซีเพื่อตัดสินใจว่าจะมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีหรือไม่ ซึ่งทราบว่าขณะนี้ได้มีการก่อสร้างโครงการไปแล้วบางส่วน ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ข้ามขั้นตอนและข้อตกลง ซึ่งไม่ว่าการประชุมเอ็มอาร์ซีจะตัดสินใจอย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีการติดตามเรื่องการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด เพราะกระทบกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ข้อสังเกตที่สำคัญกรณีนี้คือมีการเร่งรีบสร้างจนผิดปกติ ทำให้ชาวบ้านแทบไม่มีเวลาปรึกษาหารือกัน

นายประสารกล่าวว่า ตนได้รับภาพไซท์งานก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี และรูปรถบรรทุกบนถนนซึ่งมีป้ายช.การช่างติดอยู่ นอกจากนี้ยังมีการสั่งให้ชาวบ้านย้ายไปอยู่บนขาสูง ซึ่งเป็นการเดินหน้าสร้างเขื่อนไซยะบุรีแน่นอนโดยไม่ฟังใคร ซึ่งตลอด 2 ปีที่ตนเป็นอนุกรรมการศึกษาคุณค่าแม่น้ำโขงได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดและเห็นว่าคงต้องร่วมออกแรงกันอย่างหนัก ซึ่งเอ็มอาร์ซีจัดประชุม 3 ครั้งและตนไปร่วมทุกครั้ง ซึ่งเอ็มอาร์ซีมีความห่วงใยและทำบทสรุปค่อนข้างแจ่มชัดที่เรียกว่ารายงานการประเมินผลกระทบด้านยุทธศาสตร์ในแม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งระบุว่าจะเกิดผลกร่ะทบมหาศาล และพันธุ์ปลานับร้อยได้รับผลกระทบ เศรษฐกิจของแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงคน 60 ล้านคนจะพังพินาศไปด้วย

นายประสารกล่าวว่าเอ็มอาร์ซีได้เสนอ 4 ทางเลือกคือ 1. หยุดไม่สร้างเลย 2. ชะลอไปก่อน 3.เลือกทำบางโครงการ 4.ทำตามความต้องการของตลาดคือสร้างหมดทุกเขื่อน ซึ่งในที่ประชุมไทยยืนยันว่าไม่ยอมให้สร้างแม้แต่เขื่อนเดียวซึ่งบริษัทช.การช่างอยู่ในที่ประชุมด้วย และได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ในที่สุดเอ็มอาร์ซีได้มีมติให้ชะลอการตัดสินใจสร้างเขื่อนออกไปอีก 10 ปี เพราะเห็นว่าแม่น้ำโขงเป็นแหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำไมถึงจะเอาแท่งปูนขนาดใหญ่มากั้นไว้ ซึ่งจะทำให้ปลาในแม่น้ำโขงที่เคยอพยพก็ไม่รู้จะไปทางไหน

“เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่อยู่ๆ แม่น้ำโขงจะมีแท่งปูน 20 แท่งมาแบ่งแม่น้ำโขงเป็น 40 ท่อน ทั้งบๆที่แม่น้ำแห่งนี้เป็นของคน 6 ประเทศ เมื่อเร็วๆนี้ผู้สื่อข่าวเวียดนามได้ถามตน แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้สู้โดดเดี่ยว ผมเชื่อว่าขณะนี้ทั้งคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและนายสุวิทย์ คุณกิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯต่างก็นอนไม่หลับ เพราะลาวเล่นไม่ฟังเพื่อนเลย เอ็มอาร์ซีระบุชัดเจนว่าให้ฟังเสียงชาวบ้าน ซึ่งยังไม่ทันที่จะสรุปว่าเพื่อนคิดอย่างไร แต่ทางการลาวกลับออกมติเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ว่าลาวจะสร้างโครงการนี้ โดยอ้างว่าเป็นการออกแบบบนพื้นฐานเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ไม่มีมลพิษหรืออ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน และก่อให้เกิดผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อสิ่งแวดล้อม” นายประสาร กล่าว

นายประสารกล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นไม่ไกลจุดที่สร้างเขื่อนไซยะบุรี ทำให้น่ากลัวมาก ที่สำคัญเมื่อเกิดเขื่อนแห่งนี้ เขื่อนที่เหลือก็จะเกิดขึ้นอีกมากมายซึ่งถือว่าเป็นการก่อวินาศกรรมแม่น้ำโขงครั้งใหญ่ ซึ่งในเมื่อเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากรัฐบาลยังเดินหน้ายอมให้กฟผ.ซื้อไฟก็ให้มันรู้ไป ตนเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แน่นอน ไม่ใช่เสียงของประชาชนไม่มีความหมายและขณะนี้ถูกยกระดับเป็นปัญหาสากลแล้ว

ดร.ศรีประภา กล่าวว่าในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียนยังไม่เคยคุยกันเรื่องนี้ แต่ตนจะนำเรื่องนี้ไปหารือกันซึ่งเชื่อว่าผู้แทนเวียดนามเองก็ไม่สบายใจในเรื่องนี้เพราะได้รับผลกระทบเนื่องจากอยู่ท้ายน้ำ และเรื่องนี้ชาวบ้านถูกละเมิดสิทธิไปแล้วอย่างน้อย 3 ประการคือสิทธิในการดำรงชีวิตซึ่งทั้ง 4 ประเทศมีกติการ่วมกัน สิทธิในข้อมูลข่าวสารแม้ประเทศไทยจะได้รับข้อมูลข่าวสารมากกว่าประเทศอื่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีส่วนร่วมมากนัก และเรื่องนี้เป็นเรื่องข้ามพรมแดน อย่างไรก็ตามกรรมการสิทธิอาเซียนไม่ได้มีอำนาจเท่ากับกรรมการสิทธิในประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือ ผู้แทนชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียนให้ดร.ศรีประภา พร้อมแนบรายชื่อชาวบ้านริมน้ำโขงกว่า 9 พันรายชื่อเพื่อร่วมคัดค้านการสร้างเขื่อน

หลังจากนั้นชาวบ้านทั้งหมดได้เดินทางไปยังบริเวณหน้าสถานทูตลาว เขตวังทองหลาง กทม. เพื่อยื่นหนังสือถึงนายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีสปป.ลาวเพื่อแจ้งความกังวลใจและขอให้ทบทวนโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรี โดยได้มีการแสดงกองสะบัดชัยและอ่านแถลงการณ์ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ

ในช่วงบ่ายชาวบ้านได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และเดินทางต่อไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือต่อนายสุรจิต ชิรเวชย์ และน.ส.รสนา โตสิตระกูล

ขอขอบคุณ องค์กรแม่น้ำเพื่อชีวิต ผู้เอื้อเฟื้อข้อมูล
http://www.livingriversiam.org/