Recent Updates Toggle Comment Threads | ปุ่มทางลัด

  • mekhong 02:14 on 01/04/2012 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: กฟผ., ช.การช่าง, นายสมภพ เนตรไลย์, น้ำโขงเขื่อนไชยบุรี, ประชาชน, ผลิตไฟฟ้า, , สปป.ลาว, สัญญา, สัญญา ซื้อไฟฟ้า, อีสาน, , เขื่อนไชยะบุรี, เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด,   


    เครือข่ายปชช.ลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดอีสานจี้ กฟผ. เปิดข้อมูลสัญญาซื้อไฟฟ้าเขื่อนไชยะบุรี จาก สปป.ลาว

    วันนี้ (4 ก.พ.) เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ภาคอีสาน ได้จัดเวทีผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงสายหลัก กรณีเขื่อนไชยะบุรีใน สปป.ลาว ของ บริษัท ช.การช่าง (มหาชน) จำกัด โดยมีตัวแทนจาก คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กรมทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ลงมาร่วมรับฟังข้อมูล และศึกษาข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

     

    การจัดเวทีได้นำเสนอข้อมูลผลการวิจัยไทบ้าน 10 หมู่บ้านในตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงสายหลักในช่วงหลังปี 2535 เป็นต้นมา โดย นายอำนาจ  ไตรจักร นักวิจัยไทบ้านตำบลพระกลางทุ่งสรุปให้ฟังพอคร่าวๆ จากผลการวิจัย พบว่า การเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงหลังจากการสร้างเขื่อนในจีนได้ส่งผลกระทบ และสร้างความเสียหายแก่ชุมชนลุ่มน้ำโขงที่สำคัญ คือ จากการสำรวจข้อมูล 47 ครัวเรือน ทำให้พื้นที่การเกษตรกรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงที่เกษตรกรปลูกพืชผักในช่วงฤดูแล้ง มีมูลค่าความเสียหายในปี 2553/54 กว่า 800,000 บาท และครัวเรือนที่ทำการประมงพื้นบ้าน 20 ครอบครัวได้รับผลกระทบมีมูลค่าความเสียหาย 700,000 บาท/ปี จากการไม่สามารถจับปลาได้ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงแม่น้ำโขงที่ขึ้นลงไม่ปกติตามฤดูกาล นอกจากนี้ กระแสน้ำจากการปล่อยน้ำไม่สม่ำเสมอทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขง และกัดเซาะตลิ่งพังทำให้พื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่เพาะปลูกถูกทำลาย 31 ไร่ มูลค่าเสียหาย 3.7 ล้านบาท โดยไม่ได้รวมมูลค่าการเสียโอกาสที่เกษตรกรไม่ได้ทำมาหินในพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า 20 ปี หากรวมพื้นที่เสียหายจากการ

     

    ต่อมา นายสุรจิต  ชิ รเวทย์ สว. และรองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้กล่าวถึงรายงานผลการตรวจสอบจากคณะกรรมาธิการฯ ว่า การก่อสร้างอะไรลงไปในลำน้ำสายหลัก ตัวน้ำโขง เราได้มีข้อตกลงภายใน 4 ประเทศ ที่ได้ลงนามกันไว้เมื่อปี 2538 ข้อตกลงนี้เป็นการบังคับว่า ถ้าจะทำอะไรลงไปจะต้องได้รับฉันทามติเป็นเอกฉันท์จากสี่ประเทศ คือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม และโครงการสร้างเขื่อนไชยะบุรี เป็นหนึ่งใน 12 โครงการ และโครงการนี้เป็นโครงการแรกที่มีกระบวนการตรวจสอบข้อมูล ซึ่ง กรรมาธิการฯ วุฒิสภา หลังจากได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง จึงลงมาศึกษาข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง กระบวนการขั้นตอน ความโปร่งใส และไดกระทำไปชอบด้วย หรือไม่ ดังนั้น ทั้งสี่ประเทศนี้ให้เป็นบรรทัดฐานร่วมกันในการทำงาน งานนี้เป็นงานแรกใครจะละเมิดก็เป็นที่วิตกกังวล โดยเฉพาะข้อวิตกกังวลในเรื่องถ้ามีผลกระทบข้ามพรมแดนใครจะรับผิดชอบ เพราะการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงมีผลกระทบข้ามพรมแดนแน่ โครงการนี้เริ่มต้นกันมาหลายรัฐบาล และการสร้างเขื่อนไชยะบุรีเป็นการลงทุนของเอกชนเข้าไปตกลงกับรัฐบาลลาวเข้า ไปลงทุนศึกษาข้อมูล ต่อมาในปี 2553 ลาวมีความประสงค์จะสร้างเขื่อนนี้ ก็มีคณะกรรมการร่วม และมีตัวแทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปร่วมในกระบวนการ ในกรณีประเทศไทยต้องใช้กฎหมายไทยที่ต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชน ซึ่งมีระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น แต่สามารถขยายเวลาได้ตามความเหมาะสม จึงมีเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชนแค่ 3 เวที แต่ผลกระทบต่อลำน้ำสาขา เช่น ลำน้ำสงคราม มูล ชี ไม่ได้มีเวทีครอบคลุม จึงมีข้อกังวลต่อผลกระทบในด้านต่างๆ ภายหลังจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง แต่รัฐบาลลาวยืนยันจะสร้างแม้ว่าชาติอื่นๆ ไม่เห็นด้วย และให้ยืดระยะเวลาออกไป เพื่อศึกษาผลกระทบให้รอบด้านก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ผ่านกระบวนการที่เป็นมติเอกฉันท์ 4 ชาติที่ประชุมเมื่อวันที 8-9 ธันวาคม 2554 ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ที่ผ่านมา

     

    ใน ระหว่างการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ปรากฏว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ไปทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชนไทยที่เข้าไปลงทุนในลาว เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2554 ที่ สปป.ลาว ทั้งๆ ที่ มติ ครม. เมื่อปี 2553 ให้ทำสัญญาได้ภายใต้เงื่อนไข และกระบวนการตามมติของชาติทั้ง 4 ตามข้อตกลงปี 2538 จึงมีคำถามจากเครือข่ายภาคประชาชน 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขงต่อ กฟผ. ที่ไปทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเอกชนไทยในลาวได้อย่างไร โดยไม่ปรึกษาขอความเห็นจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐาน เลขาฯ ของ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC ที่กระบวนการ ขั้นตอน การทำงานยังไม่ถึงที่สุด เหตุไฉนทาง กฟผ. จึงไปเซ็นต์สัญญาก่อนได้อย่าง ทั้งที่กระบวนการของ MRC ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการอยู่ สว.สุรจิต ชิรเวทย์ กล่าวทิ้งท้าย

     

    ดร.โอภาส ปัญญา อนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนนักวิชาการจาก มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ความเห็นต่อโครงการเขื่อนไชยะบุรี ว่า ผมต้องยกย่องชมเชยชาวบ้านที่ทำการศึกษาปัญหาผลกระทบนี้ และเราต้องยกระดับการต่อสู้ ความรู้ คือ อำนาจ โลกสมัยใหม่การต่อสู้ต้องต่อสู้ด้วยการตั้งคำถามให้ถูก อย่าไปติดยึดเทคนิคเล็กๆ ให้ตั้งคำถามหลักให้คนฟังใหญ่ๆ ไปคิด คำถามข้อที่หนึ่ง กระบวนการลงนามเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หรือไม่ การเป็นมาของโครงการไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ที่เกี่ยวข้องทางนโยบาย เช่น รัฐบาล MRC ธนาคาร และ ช.การช่าง ข้อที่สองผลกระทบเชิงนิเวศทั้งระบบ ข้อที่สอง ท่านจะยอมรับข้อมูลจากท้องถิ่นได้หรือไม่ที่เป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ข้อที่สาม ผลกระทบวิถีชีวิต ความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชนที่เป็นประเด็นสำคัญของโลก ข้อสี่ การพัฒนา (ไฟฟ้า) กับ การทำลายความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชนท้องถิ่น รัฐจะเลือกยืนอยู่ฝ่ายไหน ข้อสุดท้าย ในเชิงสากล ธนาคารโลก ได้ประกาศยุติการสนับสนุนการสร้างเขื่อน เพราะสร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษย์ และสร้างความขัดแย้งภายในสังคมประเทศนั้นๆ เพราะฉะนั้นชาวบ้านเราต้องยกระดับการต่อสู้ให้เขาตอบโจทย์เรา และคำถามเหล่านี้เป็นคำถามเชิงยุทธศาสตร์

     

    ในขณะเดียวกัน คุณมนตรี  จันทวงศ์ อนุกรรมาธิการฯ มีคำถามไปยัง กฟผ. คือ ทำไมต้องเร่งรีบลงนามในวันที่ 29 ตุลาคม 2554 ทั้งที่น้ำท่วม กทม. และเป็นวันหยุด ยังไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน และมติ ครม. เองก็ไม่ได้มีความชัดเจนในการอนุญาตให้ลงนามซื้อ-ขายไฟฟ้าจากเอกชนไทยในลาว ได้ เพราะกระบวนการยังไม่สิ้นสุดตามมติของ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ความเร่งรีบเพราะประโยชน์ทับซ้อนในการลงทุนในลาว หรือไม่ เนื่องจากการร่วมลงทุนในบริษัทลูกของ กฟผ.

     

    ทางด้าน นายสมภพ  เนตรไลย์ ประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ได้กล่าวปิดท้ายเวทีเสวนาว่า ผมคิดว่าวันนี้ชาวบ้านเราถูกหลอก พากเราทำงานนี้สู้เพื่อสาธารณะ ไม่ได้สู้เพื่อเรา ทาง กฟผ. ทำเช่นนี้สร้างความแตกแยก และกระแสการต่อต้านรุกทวีคูณมากขึ้น งานนี้ต้องมีการตายเกิดขึ้นถึงจะยุติ เราต้องต่อสู้เพื่อลูกเพื่อหลานเราต่อไป… นั่นคือเสียงกร้าวของแกนนำเครือข่ายฯ ทิ้งท้ายงานเสวนาวันนี้

     

     

    ขอขอบคุณ เนื้อหาและภาพประกอบ จาก ประชาธรรม สถานีข่าวประชาชน

    โพสเมื่อ วันที่ 4 ก.พ. 2555 เวลา : 18:54 น.
    ผู้เขียน : บรรพต ศรีจันทร์นิตย์

     

     
  • mekhong 01:57 on 01/04/2012 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: ธาตุพนม, , เขื่อนไชยบรี, , , ,   


    วันนี้ อาทิตย์ 1 เมษายน 2555
    ทีมงานของเรา ได้ท่องเที่ยว หรือ ทัวร์ เยี่ยมชมแม่น้ำโขง ตั้งแต่ โขงเจียม(อุบลฯ) เลาะแล่นขึ้นสู่ มุกดาหาร ธาตุพนม …
    เพื่อการสำรวจสภาพน้ำโขงในห้วงเมษายน หรือหน้าแล้งแห้งผาก…
    สิ่งที่เราได้พบเห็นนั้น: น้ำโขงลดแห้งลงมาก การประมงหรือบรรยากาศเรือจับปลาน้อยแทบไม่มีคนหาปลาแล้ว
    จากที่ได้ไถ่ถามพี่น้องแถวริมโขง-ธาตุพนม บอกว่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนหาปลาแล้ว อาจมีสายเหตุหลักจากการสร้างเขื่อน ทำให้นิเวศวิทยาของปลาเปลี่ยนไป เพราะปลาในน้ำโขงหายากมาก
    อธิเช่น ปลาเผาะ ก่อนหน้านี้พอหาได้ไม่อดอยาก
    ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหาร ต้องไปหาซื้อจาก ชาวกัมพูชา(ทะเลสาบทนเลซาบ) และไปรับซื้อแถวๆโขงเจียม ถึงจะพอมีปลาจัดทำเมนูจานโปรดให้ลูกค้ารัปทาน
    ส่วนการเกษตรชายฝั่งแม่น้ำโขงก็ดูเงียบเหงา พี่น้องริมโขง กล่าว
    และที่ไม่มีไครคาดคิดได้ คือ หากมีการสร้างเขื่อนไชยบุรีและเขื่อนอื่นตามมา สภาพการเป็นอยู่ของผู้คนรากหญ้า อาศัยทรัพยากรธรรมชาติดำรงชีพ จะเป็นเช่นไร โปรดติดตาม….. ที่นี่

     
  • mekhong 01:53 on 28/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: ขะลอ สร้าง เขื่อน ไซยะบุรี ลาว, , สหรัฐอเมริกา, เอ็มอาร์ซี,   


    สหรัฐชะลอสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในลาว อ้างรอศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

    หนังสือพิมพ์แนวหน้า –พุธที่ 27 เมษายน 2554 07:21:02 น.

    ข่าวต่างประเทศรายงาน โดยอ้างคำแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ที่ระบุว่า สหรัฐยินดีต่อการตัดสินใจชะลอการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มูลค่า 3,500 ล้านเหรียญ ออกไปก่อน จนกว่าคณะกรรมการลุ่มน้ำโขง 4 ประเทศ (เอ็มอาร์ซี) ได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ศึกษาและตัดสินใจถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมที่จะเกิดขึ้นบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงอย่างละเอียดต่อไป

    ทั้งนี้ การสร้างเขื่อนไซยะบุรี ถือเป็นโครงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนล่างแห่งแรกที่แขวงไซยะบุรี ซึ่งลาวยืนยันตลอดเวลาว่า เขื่อนดังกล่าว เป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งภาคีกลุ่มเอ็มอาร์ซี ต่างไม่เห็นด้วย เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อการดำรงชีวิตของผู้คนปลายแม่น้ำ มากกว่า 

     
  • mekhong 17:18 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: คน ลุ่มน้ำโขง, ประสบการณ์, ,   

    ภัยจากเขื่อนในแม่น้ำโขง : ประสบการณ์ตรงจากคนลุ่มน้ำ นิวัตน์ ร้อยแก้ว 5-6 เม.ย. 54 


    ภัยจากเขื่อนในแม่น้ำโขง : ประสบการณ์ตรงจากคนลุ่มน้ำ
    นิวัตน์ ร้อยแก้ว  5-6 เม.ย. 54

     
  • mekhong 17:09 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , , ,   

    8 จว. ประท้วงเขื่อนไซยะบุรี ข่าวช่วง ตอบโจทย์ ทีวีไทย 18 เม.ย. 54 


    8 จว. ประท้วงเขื่อนไซยะบุรี
    ข่าวช่วง ตอบโจทย์ ทีวีไทย 18 เม.ย. 54

    18 เมย. 54 เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ยื่นหนังสือถึง สถานฑูตลาวลาว รบ.ไทย และอาเซี่ยน พร้อม 1000 รายชื่อประชาชน ค้านเขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขงในลาว

     
  • mekhong 17:01 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , ยุติ, เขื่อน ลาว   

    แถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลลาวยุติการก่อสร้าง โครงการเขื่อนไซยะบุรี ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการร่วม ๔ ประเทศลุ่มน้ำโขง ยุติความขัดแย้งประเทศลุ่มน้ำโขง เครือข่าย 8 จว. 20 เม.ย 54 


    แถลงการณ์

    20 เมษายน 2554 

    เรียกร้องให้รัฐบาลลาวยุติการก่อสร้าง โครงการเขื่อนไซยะบุรี

    ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการร่วม ๔ ประเทศลุ่มน้ำโขง

    ยุติความขัดแย้งประเทศลุ่มน้ำโขง

     ตามที่เครือข่ายภาคประชาชน ๘ จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ติดตามและรณรงค์เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรีมาโดยตลอด ด้วยความกังวลใจต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทางระบบนิเวศและวิถีชีวิต ของชุมชนกว่า ๖๐ ล้านคนในลุ่มน้ำโขงทั้ง ๔ ประเทศ   โดย ได้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นซึ่งจัดโดยคณะกรรมการแม่น้ำโขง แห่งชาติไทย   มีการจัดเวทีของภาคประชาชนในเขตลุ่มน้ำ โขงทั้ง ๘ จังหวัด จำนวน ๕ ครั้ง ในภาคอีสาน   และ มีการยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีไทย นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียน  ซึ่งภาคประชาชนเรียกร้องให้มีการชะลอการ ตัดสินใจโครงการออกไปก่อน จนกว่าจะได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายงานการศึกษาผลกระทบ ทั้งหมด ตลอดจนขอให้มีการจัดกระบวนการรับฟังความเห็นที่เปิดกว้างและมีผู้เข้าร่วม ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบ และคำนึงถึงความผาสุกของประชาชนในลุ่มน้ำ

    เมื่อวัน ที่ 19 เมษายน มีการประชุมคณะกรรมการร่วม ๔ ประเทศ ที่กรุงเวียงจันทน์ เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการเขื่อนไซยะบุรีแห่งนี้ ซึ่งมติที่ประชุมมีผลว่ากัมพูชา สปป.ลาว ไทย และเวียดนามได้เห็นพ้องร่วมกันว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการไซยะบุรีควรจะ ยกให้ระดับรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ เนื่องจากคณะกรรมการร่วม ไม่สามารถจะบรรลุข้อสรุปร่วมกันได้ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรกับโครงการ

    ในขณะที่ ประเทศสมาชิกอีก 3 ประเทศ แสดงความกังวลถึงผลกระทบ ข้อมูลทางเทคนิค และมาตรการบรรเทาผลกระทบต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบข้ามพรมแดน แต่ทางรัฐบาลลาวกลับยืนกรานว่ากระบวนการสมบูรณ์ และยืนยันว่าไม่จำเป็นจะต้องยืดกระบวนการต่อไปอีกเนื่องจากผลกระทบข้าม พรมแดนนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น หากมีการศึกษาเพิ่มเติมจะต้องการเวลามากกว่าหกเดือน และจะไม่สามารถสร้างความพอใจให้เกิดแก่ทุกฝ่ายได้อยู่ดี นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่าได้มีการเริ่มก่อสร้างโครงการ เขื่อนไซยะบุรี และเตรียมอพยพประชาชนออกจากพื้นที่แล้ว

    ดังนั้น เท่ากับว่ารัฐบาลลาวได้แสดงออกอย่างดึงดันแล้วว่า จะไม่ยอมรับฟังเสียงของประเทศอื่นๆ ที่ใช้ทรัพยากรแม่น้ำโขงร่วมกัน   

    พวกเรา เครือข่ายประชาชน ๘ จังหวัดลุ่มน้ำโขง ขอเรียกร้องให้ รัฐบาลลาว และบริษัท ช.การช่าง ยุติการดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนไซยะบุรีทันที และขอให้ปฏิบัติตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการร่วม ๔ ประเทศ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง ๔ ประเทศ และเพื่อดำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ชีวิต และธรรมชาติของภูมิภาคที่มีแม่น้ำโขงเป็นทรัพยากรร่วมกัน

    พวกเรา เครือข่ายขอประกาศว่า จะติดตามและรณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการทำลายแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของพวกเราตลอดไป

    เครือข่ายประชาชน ๘ จังหวัดลุ่มน้ำโขง

    ประเทศไทย


     
  • mekhong 16:53 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , เขื่อน จีน   

    เครือข่ายน้ำโขงยื่นประท้วงจีน / 04 เมษายน พ.ศ. 2553 


    เครือข่ายน้ำโขงยื่นประท้วงจีน

    วันที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7066 ข่าวสดรายวัน


    ประท้วงจีน- เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงในประเทศไทย รวมตัวหน้าสถานทูตจีน เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้จีนยุติการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขง และเปิดโอกาสให้ทุกชาติมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขงอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เมื่อวันที่ 3 เม.ย.

    เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 เม.ย. เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงในประเทศไทย ประมาณ 250 คน รวมตัวกันหน้าสถานทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือต่อทางการจีน กรณีแม่น้ำโขงเหือดแห้ง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในประเทศจีน โดยเรียกร้องใน 6 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลจีนต้องหยุดการสร้างเขื่อนทั้งหมดในแม่น้ำโขง 2.รัฐบาลจีนต้องหยุดโครงการระเบิดแก่งในลำน้ำโขง 3.รัฐบาลจีนต้องเปิดเผยตัวเลขและข้อมูลการจัดการของเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบนทั้งหมด 4.รัฐบาลไทยดำเนินการเพื่อเข้าเป็นภาคี “อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ลำน้ำระหว่างประเทศที่มิใช่เพื่อการเดินเรือ” และชี้ชวนให้ประเทศอื่นๆ ในลุ่มน้ำโขงร่วมด้วย 5.รัฐบาลจีนและรัฐบาลประเทศลุ่มน้ำโขงต้องตั้งคณะกรรมการร่วม โดยมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมด้วย เพื่อหาแนวทางจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขงอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน 6.คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีภารกิจหลักคือ หาแนวทางร่วมกันในการบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนไม่ให้ก่อผลกระทบต่อชุมชนท้ายเขื่อน รวมถึงหาแนวทางชดเชยต่อความเสียหายจากโครงการที่เกิดขึ้นแล้ว

    ต่อมาเวลา 09.00 น. นายเหยา เหวิน ผู้อำนวยการฝ่ายการเมือง สถานทูตจีน เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยกล่าวกับตัวแทนเครือข่ายฯ ว่า ประเทศจีนซึ่งอยู่ส่วนบนของแม่น้ำโขงจะไม่ทำร้ายประเทศที่อยู่ปลายน้ำอย่างแน่นอน วันนี้ผู้นำและผู้แทนจากจีนได้ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (เอ็มอาร์ซี) ที่หัวหิน เพื่อหาลู่ทางที่จะแก้ปัญหานี้ร่วมกัน 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนจากสถานทูตจีนยังนำเอกสารชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับแม่น้ำโขง และจุดยืนของทางการจีน มอบให้กับผู้ชุมนุมด้วยเช่นกัน โดยเอกสารระบุว่า โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่จีนดำเนินอยู่ยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศปลายน้ำอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาทางการจีนได้จัดตั้งช่องทางการพูดคุยผ่านกลไกการเจรจาจีน-เอ็มอาร์ซี และได้อำนวยข้อมูลด้านน้ำให้แก่สำนักงานเลขาธิการเอ็มอาร์ซีตลอดมา ทั้งนี้ จีนจะใช้กลไกการเจรจาของเอ็มอาร์ซี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายในลุ่มน้ำโขงให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น จีนยินดีที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยน ประสานงานกับทุกฝ่ายบนพื้นฐานการเจรจาอย่างเสมอภาค และอำนวยประโยชน์แก่กัน

    นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานโครงการเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า ต้องการให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่างรับรู้ข้อมูล และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเขื่อน และเรียกร้องให้จีนแสดงความรับผิดชอบต่อเขื่อนที่สร้างไปแล้วและส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ตอนล่าง รวมถึงอยากให้มีการจัดเวทีพูดคุยระหว่างตัวแทนประชาชนและรัฐบาลจีน ที่มายื่นหนังสือวันนี้ หวังว่าข้อเสนอของภาคประชาชนจะถูกนำเสนอในเวทีการประชุมเอ็มอาร์ซี และเกิดการหารือร่วมกับประชาชน ประเด็นที่ 2 คือ อยากให้เอ็มอาร์ซีพิจารณาโครงสร้างใหม่ โดยให้ประชาชนเข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมการของเอ็มอาร์ซีด้วย 

    “ท่าทีของรัฐบาลจีนวันนี้น่าจะฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม จากนี้เราจะรอดูว่าข้อเสนอที่ให้มีการพบปะพูดคุยระหว่างรัฐบาลจีนกับประชาชน ทางการจีนจะเปิดใจ เปิดเวทีให้มีการประชุมร่วมกันหรือไม่ ถ้าไม่มีความคืบหน้าก็จะมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง” ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าว 



     
  • mekhong 16:40 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: China, , ,   


    Protest against Mekong dams in China

    การชุมนุมประท้วงต่อต้านเขื่อนแม่น้ำโขงในประเทศจีน


     
  • mekhong 16:32 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: Asian, , , , Studies   


    China’s Dams on Mekong – ASEAN Studies MFU

     
  • mekhong 16:27 on 21/04/2011 Permalink | ตอบกลับ
    Tags: , , ,   


    News about Xayaburi Dam on the Mekong River in Laos (part 1)

    News about Xayaburi Dam on the Mekong River in Laos (part 2)

     
c
Compose new post
j
Next post/Next comment
k
Previous post/Previous comment
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
Show/Hide comments
t
Go to top
l
Go to login
h
Show/Hide help
shift + esc
ยกเลิก
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: